Home » Headline

อาเซียน (ASEAN)

24 พฤษภาคม 2011 No Comment

ประเทศสมาชิกของอาเซียน
               อาเซียนมีประเทศสมาชิกทั้งหมด 10 ประเทศ ได้แก่ บรูไรดารุสซาลาม กัมพูชา อินโดนีเซีย ลาว พม่า ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม

อาเซียนก่อตั้งเมื่อไหร่ ประเทศไหนบ้างที่ร่วมก่อตั้ง
               อาเซียนตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2510 หลังการลงนามในปฏิญญาสมาคม ประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Declaration of ASEAN Concord) หรือที่รู้จักอีกชื่อหนึ่งว่า ปฏิญญากรุงเทพฯ (Bangkok Declaration) โดยสมาชิกผู้ก่อตั้งมี 5 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และไทย อาเซียนเปิดรับสมาชิกใหม่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นระยะบรูไนดารุสซาลาม เข้าเป็นสมาชิก เมื่อ 7 มกราคม 2527 เวียดนาม เข้าเป็นสมาชิก เมื่อ 28 กรกฎาคม 2538 ลาว และ พม่า เข้าเป็นสมาชิก เมื่อ 23 กรกฎาคม 2540 ขณะที่กัมพูชา เข้าเป็นสมาชิก เมื่อ 30 เมษายน 2542

ทำไมถึงจำเป็นต้องตั้งอาเซียน
               ประเทศผู้ร่วมก่อตั้งเห็นว่าการตั้งองค์กรความร่วมมือระดับภูมิภาคน่าจะมีส่วนช่วยป้องกันการเกิดความขัดแย้ง และส่งเสริมการระงับข้อพิพาทโดยสันติวิธี ตลอดจนส่งเสริมความร่วมมือในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ทั้งนี้ ปฏิญญากรุงเทพฯ กำหนดเป้าหมายและวัตถุประสงค์สำหรับอาเซียน 7 ประการ ได้แก่
1. ส่งเสริมความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและความก้าวหน้าทางสังคมและวัฒนธรรม
2. ส่งเสริมการมีเสถียรภาพ สันติภาพและความมั่นคงของภูมิภาค
3. ส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม วิชาการ วิทยาศาสตร์ และด้านการ
บริหาร
4. ส่งเสริมความร่วมมือซึ่งกันและกันในการฝึกอบรมและการวิจัย
5. ส่งเสริมความร่วมมือในด้านเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม การค้า การคมนาคม การ
สื่อสาร และการปรับปรุงมาตรฐานการดำรงชีวิต
6. ส่งเสริมการมีหลักสูตรการศึกษาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
7. ร่วมมือกับองค์กรระดับภูมิภาคและองค์กรระหว่างประเทศ

ประเทศสมาชิกใหม่เข้าร่วมกับอาเซียนเมื่อใด
               หลังการจัดตั้งอาเซียนเมื่อ 8 สิงหาคม 2510 อาเซียนเปิดรับสมาชิกใหม่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นระยะ โดยบรูไนดารุสซาลาม เข้าเป็นสมาชิก เมื่อ 7 มกราคม 2527 เวียดนาม เข้าเป็นสมาชิก เมื่อ 28 กรกฎาคม 2538 ลาว และ พม่า เข้าเป็นสมาชิก เมื่อ 23 กรกฎาคม 2540 ขณะที่กัมพูชา เข้าเป็นสมาชิก เมื่อ 30 เมษายน 2542
การเข้าร่วมของประเทศสมาชิกใหม่เหล่านี้สอดคล้องกับปฏิญญาอาเซียน ซึ่งระบุไว้ว่า อาเซียนพร้อมรับทุกประเทศที่อยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่พร้อมที่จะรับเป้าหมาย หลักการและวัตถุประสงค์ขององค์กรเป็นสมาชิก
กฎบัตรอาเซียนคืออะไร
               กฎบัตรอาเซียนคือธรรมนูญของอาเซียนที่จะทำให้อาเซียนมีสถานะเป็นนิติบุคคล เป็นการวางกรอบกฎหมายตลอดจนโครงสร้างองค์กรให้กับอาเซียน โดยนอกจากการประมวลสิ่งที่ถือเป็นค่านิยม หลักการ และแนวปฏิบัติในอดีตของอาเซียนมาประกอบกันเป็นข้อปฏิบัติอย่างเป็นทางการสำหรับประเทศสมาชิกแล้ว ยังมีการปรับปรุงแก้ไขและสร้างกลไกใหม่ขึ้นพร้อมกับกำหนดขอบเขตหน้าที่และความรับผิดชอบขององค์กรสำคัญในอาเซียน ตลอดจนความสัมพันธ์ในการดำเนินงานขององค์กรเหล่านี้ เพื่อให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงในโลกปัจจุบัน โดยมีเป้าหมายให้อาเซียนเป็นองค์กรที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
กฎบัตรอาเซียนประกอบด้วย บทบัญญัติ 13 บท 55 ข้อ ครอบคลุมเป้าหมายและหลักการ สมาชิกภาพ โครงสร้างองค์กรของอาเซียน องค์กรที่มีความสัมพันธ์กับอาเซียน เอกสิทธิ์และความคุ้มกัน กระบวนการตัดสินใจ การระงับข้อพิพาท งบประมาณและการเงิน การบริหารจัดการ เอกลักษณ์และสัญลักษณ์ของอาเซียน และความสัมพันธ์กับภายนอก

ประชาคมการเมืองความมั่นคงอาเซียนคืออะไร และมีเป้าหมายอย่างไร
               อาเซียนตระหนักว่าสันติภาพ ความมั่นคง และเสถียรภาพทางการเมืองเป็นพื้นฐานสำคัญต่อการพัฒนาในด้านอื่น ๆ ประชาคมการเมืองความมั่นคงอาเซียนจึงเป็นเสาหลักความร่วมมือหนึ่งในสามเสาหลักของประชาคมอาเซียนที่เน้นการรวมตัวของอาเซียนเพื่อสร้างความมั่นใจ เสถียรภาพ และสันติภาพ ในภูมิภาค ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนในอาเซียนอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขและปราศจากภัยคุกคามจากด้านการทหารและภัยคุกคามในรูปแบบใหม่ เช่น ปัญหายาเสพติด ปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติประชาคมการเมืองความมั่นคงอาเซียน มีเป้าหมาย 3 ประการ ได้แก่
1) สร้างประชาคมให้มีค่านิยมร่วมกันในเรื่องของการเคารพความหลากหลายของ
แนวความคิดและส่งเสริมให้ประชาชนเป็นศูนย์กลางของนโยบายและกิจกรรมภายใต้เสา
การเมืองและความมั่นคง
2) ให้อาเซียนสามารถเผชิญกับภัยคุมคามความมั่นคงในรูปแบบเดิมและรูปแบบใหม่และ
ส่งเสริมความมั่นคงของมนุษย์
3) ให้มีปฏิสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นและสร้างสรรค์กับประชาคมโลก โดยอาเซียนมีบทบาทนำใน
ภูมิภาคและจะช่วยส่งเสริมเสถียรภาพและความมั่นคงของภูมิภาค ทั้งนี้ อาเซียนกำลัง
จัดทำแผนงานสำหรับการจัดตั้งประชาคมการเมืองความมั่นคงอาเซียน
(ASEAN Political Security Community Blueprint – APSC Blueprint) ซึ่งมี
ความคาดหวังให้เสร็จภายในปลายปี 2551

ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนคืออะไร มีเป้าหมายอย่างไรและไทยได้ประโยชน์อย่างไร
               ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนเป็นเป้าหมายด้านเศรษฐกิจหลักที่สำคัญในการขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่างประเทศอาเซียน ภายหลังการลงนามจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียนก็มีความคืบหน้าที่ดีในความร่วมมือต่าง ๆ เป็นลำดับและในที่สุดอาเซียนได้มุ่งหวังที่จะจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจในปี 2558 ซึ่งมีองค์ประกอบสำคัญคือการเป็นตลาดและเป็นฐานการผลิตร่วมกัน โดยมีการเคลื่อนย้ายสินค้า บริการ การลงทุน แรงงานฝีมืออย่างเสรีและเงินลงทุนที่เสรีมากขั้น มีความสามารถในการแข่งขันสูง มุ่งสร้างความเท่าเทียมในการพัฒนาเศรษฐกิจระหว่างประเทศอาเซียน และการส่งเสริมการรวมกลุ่มอาเซียนเข้ากับประชาคมโลก ขนาดของตลาดอาเซียนที่ใหญ่ขึ้นทำให้อาเซียนมีอำนาจซื้อสูงขึ้นตามมา เช่นเดียวกับความสามารถในการแข่งขันกับภูมิภาคอื่นที่เพิ่มขึ้น ซึ่งช่วยให้สมาชิกสามารถปรับตัวเพื่อตอบสนองการเปลี่ยนแปลงในยุคโลกาภิวัตน์ได้เป็นอย่างดี
การคมนาคมขนส่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนเป็นประโยชน์กับประชาชนอย่างแท้จริง อาเซียนจึงมีโครงการเชื่อมโยงเส้นทางหลวงอาเซียน มีความร่วมมือระหว่างประเทศในการเชื่อมโยงเส้นทางรถไฟจากสิงคโปร์ ผ่านไปยัง มาเลเซีย ไทย กัมพูชา เวียดนามและสิ้นสุดที่เมืองคุนหมิง ประเทศจีน นอกจากนี้ การปรับมาตรฐานของเส้นทางคมนาคมทางบกและทางรถไฟให้มีมาตรฐานเดียวกันก็จะส่งเสริมความร่วมมือของอาเซียนด้านการท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้นด้วย
               ขณะที่การเจรจาเพื่อเปิดตลาดในระดับพหุภาคีภายใต้องค์การการค้าโลกยังมีท่าทีว่าจะไม่สามารถสรุปผลได้ในอนาคตอันใกล้ ประเทศต่าง ๆ จึงได้พยายามที่จะทำข้อตกลงการค้าเสรีไม่ว่าจะในระดับทวีภาคี หรือระดับภูมิภาค ในส่วนของอาเซียนมีการรวมตัวกันเป็นกลุ่มเศรษฐกิจในระดับภูมิภาคโดยการจัดทำเขตการค้าเสรีอาเซียน (ASEAN Free Trade Area – AFTA หรือ อาฟต้า) มาแล้ว 15 ปี และเริ่มรวมตัวกับประเทศหรือกลุ่มคู่ค้าสำคัญ เช่น ญี่ปุ่น จีน เกาหลี สหภาพยุโรป ฯลฯ ความเหนียวแน่นใกล้ชิดระหว่างกันจะเสริมสร้างความเข้มแข็งให้อาเซียนสามารถสร้างประโยชน์สูงสุดจากการรวมตัวกับประเทศคู่ค้าอื่น ๆ ต่อไป
หากอาเซียนสามารถสร้างประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนได้สำเร็จ ไทยจะได้ประโยชน์จากการขยายการส่งออกและโอกาสทางการค้า และเปิดโอกาสการค้าบริการในสาขาที่ไทยมีความเข้มแข็ง เช่น ท่องเที่ยว โรงแรมและภัตตาคาร สุขภาพ ฯลฯ ซึ่งอาเซียนยังมีความต้องการด้านการบริการเหล่านี้อีกมาก นอกจากนี้ ยังจะช่วยเสริมสร้างโอกาสในการดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศมายังอาเซียน ซึ่งจะเพิ่มอำนาจการต่อรองของอาเซียนในเวทีการค้าโลก และยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนในอาเซียนโดยรวม

ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน คือ อะไรและมีเป้าหมายอย่างไร
               อาเซียนมุ่งหวังประโยชน์จากการรวมตัวกันเป็นประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียนเพื่อให้ประชาชนมีความอยู่ดีกินดี ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ มีสิ่งแวดล้อมที่ดีและมีความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกันโดยเน้นการส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจระหว่างประเทศสมาชิกในด้านความเชื่อมโยงทางประวัติศาสตร์ มรดกทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ระดับภูมิภาคร่วมกัน ทั้งนี้ การเสริมสร้างรากฐานและความเชื่อมโยงระหว่างกันที่แข็งแกร่งนำไปสู่ความเข้าใจของการเป็นเพื่อนบ้านที่ดี การรู้เขารู้เรา และมีความรับผิดชอบร่วมกันระหว่างประเทศสมาชิกภายใต้สังคมที่เอื้ออาทร โดยแผนปฏิบัติการเพื่อนำไปสู่การจัดตั้งประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (ASEAN Socio-Cultural Community – ASCC) ได้กำหนดกิจกรรมความร่วมมือที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลางโดยเน้นความร่วมมือในด้านต่าง ๆ ได้แก่
1.การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (Human Development)
2.การคุ้มครองและสวัสดิการสังคม (Social Welfare and Protection)
3.สิทธิและความยุติธรรมทางสังคม (Social Justice and Rights)
4.ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม (Ensuring Environmental Sustainability)
5.การสร้างอัตลักษณ์อาเซียน (Building ASEAN Identity)
6.การลดช่องว่างทางการพัฒนา (Narrowing the Development Gap)
และเน้นให้มีการส่งเสริมปฏิสัมพันธ์ระหว่างนักเขียน นักคิดและศิลปินในภูมิภาค ตลอดจนการเสริมสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับอาเซียนในภูมิภาคโดยเฉพาะในระดับประชาชน ทั้งนี้ ไทยจะได้ประโยชน์อย่างมากจากการที่รากฐานสำคัญของประชาคมอาเซียนที่ประชาชนมีความเข้าใจซึ่งกันและกัน และเข้าใจถึงผลประโยชน์ที่มีร่วมกัน ซึ่งจะมีส่วนช่วยให้การสร้างประชาคมอาเซียนสามารถประสบความสำเร็จด้วย

ความสัมพันธ์อาเซียนกับประเทศคู่เจรจา

ความสัมพันธ์อาเซียน-ออสเตรเลีย
               ออสเตรเลียเป็นประเทศแรกที่ได้สถาปนาความสัมพันธ์กับอาเซียนในปี 2517(1974) และดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างกันอย่างราบรื่น ต่อเนื่อง และมีการปรับเปลี่ยนลำดับความสำคัญของความร่วมมือในสาขาต่างๆ ไปตามพัฒนาการทางเศรษฐกิจและความจำเป็นอื่นๆ โดยเฉพาะการจัดทำกรอบความร่วมมือที่ตอบสนองต่อวิสัยทัศน์อาเซียน และความคิดริเริ่มเพื่อการรวมตัวของอาเซียน

ความสัมพันธ์อาเซียน-จีน
               ความสัมพันธ์อาเซียน-จีน เริ่มเมื่อปี 2534 (1991) โดยในปี 2549 ได้มีการจัดการประชุมสุดยอดอาเซียน-จีน สมัยพิเศษ ที่นครหนานหนิง เพื่อฉลองการครบรอบ 15 ปีของความสัมพันธ์อาเซียน-จีน ผู้นำอาเซียนและจีนได้ลงนามในแถลงการณ์ร่วมว่าด้วยการประชุมสุดยอดอาเซียน-จีน สมัยพิเศษ ซึ่งเป็น การกำหนดยุทธศาสตร์ในการดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างอาเซียนกับจีนใน 15 ปีข้างหน้า และยังเป็นประเทศคู่เจรจาประเทศแรกที่ภาคยานุวัติสนธิสัญญาไมตรีและความร่วมมือในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Treaty of Amity and Cooperation in Southeast Asia – TAC) ในปี 2546 (2003)

ความสัมพันธ์อาเซียน-แคนาดา
               ความสัมพันธ์อาเซียนและแคนาดาเริ่มต้นอย่างเป็นทางการในปี 2520 แต่ได้ประสบภาวะชะงักงันนับตั้งแต่ปี 2540 เมื่ออาเซียนรับพม่าเข้าเป็นสมาชิก ซึ่งแคนาดาไม่ประสงค์ให้พม่าเข้าเป็นภาคีความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านเศรษฐกิจฯ หลังจากนั้น ได้มีความพยายามหาทางรื้อฟื้นความสัมพันธ์ฯ จนกระทั่งในวันที่ 19 ม.ค. 2547 ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบให้จัดการประชุม ASEAN-Canada Dialogue ครั้งแรก ซึ่งนับเป็นการกลับมาดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างกันอีกครั้ง

ความสัมพันธ์อาเซียน-อินเดีย
               อินเดียสถาปนาความสัมพันธ์กับอาเซียนในฐานะคู่เจรจาเฉพาะด้าน (Sectoral Dialogue Partner) เมื่อปี 2535 และได้รับการยกสถานะขึ้นเป็นประเทศคู่เจรจาอย่างสมบูรณ์ (Dialogue Partner) เมื่อปี 2538 ต่อมาได้พัฒนาความสัมพันธ์สู่ระดับการประชุมสุดยอดครั้งแรก เมื่อ 5 พฤศจิกายน 2545 ที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา

ความสัมพันธ์อาเซียน-ญี่ปุ่น
               ญี่ปุ่นเริ่มความสัมพันธ์อย่างไม่เป็นทางการกับอาเซียนในปี 2516 และพัฒนาความสัมพันธ์เป็นประเทศคู่เจรจาของอาเซียนในปี 2520 ในปี 2546 มีการประชุมสุดยอดอาเซียน-ญี่ปุ่น สมัยพิเศษ (ASEAN-Japan Commemorative Summit) ที่กรุงโตเกียว ในโอกาสครบรอบ 30 ปีความสัมพันธ์อาเซียน-ญี่ปุ่น และได้มีการลงนามปฏิญญาโตเกียวว่าด้วยการเป็นหุ้นส่วนอาเซียน-ญี่ปุ่น (Tokyo Declaration for the Dynamic and Enduring ASEAN-Japan Partnership) เพื่อกำหนดทิศทางความร่วมมือระหว่างสองฝ่าย ญี่ปุ่นให้การสนับสนุนการรวมตัวของอาเซียนโดยจัดตั้งกองทุนเพื่อสนับสนุนการรวมตัวกันของอาเซียน (Japan-ASEAN Integration Fund – JAIF) และยังเป็นผู้สนับสนุนรายใหญ่ที่สุดของกรอบข้อริเริ่มเพื่อการรวมตัวของอาเซียน (Initiative for ASEAN Integration – IAI) อีกด้วย

ความสัมพันธ์อาเซียน-นิวซีแลนด์
               นิวซีแลนด์เป็นประเทศคู่เจรจาอันดับ 2 ของอาเซียน สถาปนาความสัมพันธ์กันเมื่อปี 2518 (1975) ในปี 2520 (1977) อาเซียนและนิวซีแลนด์ได้มีการประชุมสุดยอดเป็นครั้งแรกและครั้งเดียว เช่นเดียวกับออสเตรเลีย โดยเดิมเป็นความสัมพันธ์ในลักษณะประเทศผู้ให้กับประเทศผู้รับ และมีจุดมุ่งหมายหลักคือความร่วมมือในการพัฒนาในภูมิภาค ต่อมาในช่วงปี 2534 (1991) อาเซียนและนิวซีแลนด์เห็นชอบที่จะให้ความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นความร่วมมือหลักในอนาคต โดยยังคงให้ความสำคัญด้านการค้าและเศรษฐกิจต่อไป นิวซีแลนด์และอาเซียนมีการหารือและปรับแนวทางความร่วมมือในอนาคตเป็นระยะ เพื่อให้สนองตอบต่อความต้องการ การจัดลำดับความสำคัญ ความชำนาญ และผลประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองฝ่าย

ความสัมพันธ์อาเซียน-รัสเซีย
               เริ่มต้นจากการที่รัสเซียได้สถาปนาความสัมพันธ์ในฐานะคู่หารือ (consultative relations) กับอาเซียนในปี 2534 (1991) และพัฒนาความสัมพันธ์จนได้รับสถานะประเทศคู่เจรจา (dialogue partner)กับอาเซียนในการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน สมัยที่ 29 เมื่อเดือน ก.ค. 2539 (1996) ที่จาการ์ตา ปัจจุบันสิงค์โปร์รับหน้าที่ผู้ประสานงานกับรัสเซีย (ก.ค. 2546 – 2549) โดยเป็นการรับหน้าที่ต่อจากไทย และฟิลิปปินส์จะรับหน้าที่เป็นประเทศผู้ประสานงานต่อไป

ความสัมพันธ์อาเซียนกับเกาหลีใต้
               เริ่มเมื่อปี 2532 (ค.ศ. 1989) ในระดับความสัมพันธ์เฉพาะด้าน และความสัมพันธ์อาเซียนกับเกาหลีใต้ได้ได้ยกระดับขึ้นเป็นคู่เจรจาในเดือนกรกฎาคม 2534 (ค.ศ. 1991) ในการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน (AMM) ครั้งที่ 24 โดยรวมเรื่องการเมืองและความมั่นคง การค้า การลงทุน ท่องเที่ยว และความร่วมมือเพื่อส่งเสริมการพัฒนา ปัจจุบันพม่าเป็นประเทศผู้ประสานงานความสัมพันธ์อาเซียนกับเกาหลีใต้ได้ครบรอบ 15 ปี เมื่อปี 2547 (ค.ศ. 2004) โดยในการประชุมสุดยอดอาเซียน-เกาหลีใต้ วันที่ 30 พ.ย. 47 ที่เวียงจันทน์ผู้นำอาเซียน-เกาหลีใต้ลงนามในปฏิญญาร่วมฯ (Joint Declaration on ASEAN-ROK Comprehensive Partnership)ซึ่งได้เน้นการปรับยุทธศาสตร์อาเซียนเกาหลีใต้ให้พัฒนาไปสู่ความเป็นหุ้นส่วนและส่งเสริมการรวมตัวของอาเซียนและเอเชียตะวันออกให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และที่สำคัญได้มีการกำหนดให้มีการจัดทำ FTA ระหว่างอาเซียน-เกาหลีใต้

ข้อมูลสมาคมสหประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ราชอาณาจักรไทย (Kingdom of Thailand)
พื้นที่ : 514,000 ตารางกิโลเมตร
เมืองหลวง : กรุงเทพมหานคร
พระประมุข : พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
นายกรัฐมนตรี : นายอภิสิทธ์ เวชชาชีวะ
ประชากร : 63 ล้านคน
ภาษาราชการ : ไทย
ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(GDP) : 272.13 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ
สกุลเงิน : บาท

สหภาพพม่า (Union of Myanmar)
พื้นที่ : 657,740 ตารางกิโลเมตร
เมืองหลวง : กรุงย่างกุ้ง โดยมีเมืองเนปิดอว์เป็นศูนย์ราชการ
พระประมุข : พลเอกอาวุโส ตาน ฉ่วย
ประธานาธิบดี : พลเอก เต็ง เส่ง
ประชากร : 48.8 ล้านคน
ภาษาราชการ : พม่า
ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(GDP) : 9.3 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ
สกุลเงิน : จั๊ต (1 ดอลล่าร์สหรัฐ ประมาณ 1,200 จั๊ต)
วันสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับไทย : 24 สิงหาคม 2491

สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (The Lao People’s Democratic Replublic)
พื้นที่ : 236,880 ตารางกิโลเมตร
เมืองหลวง : นครเวียงจันทร์
พระประมุข : พลโทจูมมะลี ไซยะสอน
นายกรัฐมนตรี : นายทองสิง ทำมะวง
ประชากร : 6 ล้านคน
ภาษาราชการ : ภาษาลาว
ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(GDP) : 3.94 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ
สกุลเงิน : กีบ

ราชอาณาจักรกัมพูชา (Kingdom of Cambodia)
พื้นที่ : 181,035 ตารางกิโลเมตร
เมืองหลวง : กรุงพนมเปญ
พระประมุข : พระบาทสมเด็จพระบรมนาถนโรดม สีหมุนี
นายกรัฐมนตรี : สมเด็จอัคคมหาเสนาบดีเดโชฮุน เซน
ประชากร : 14.45 ล้านคน
ภาษาราชการ : เขมร
ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(GDP) : 8.63 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ
สกุลเงิน : เรียล
วันสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับไทย : 19 ธันวาคม 2493

สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม (The Socialist Replublic of Vietnam)
พื้นที่ : 5,193,250 ตารางกิโลเมตร
เมืองหลวง : กรุงฮานอย
ประธานาธิบดี : นายเหวียน มินห์ เจี๊ยต
นายกรัฐมนตรี : นายฟาน วัน ไค
ประชากร : 87 ล้านคน
ภาษาราชการ : เวียดนาม
ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(GDP) : 73.5 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ
สกุลเงิน : ด่ง
วันสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับไทย : 6 สิงหาคม 2519

มาเลเซีย (Malaysia)
พื้นที่ : 329,758 ตารางกิโลเมตร
เมืองหลวง : กรุงกัวลาลัมเปอร์
พระประมุข : สมเด็จพระราชาธิบดีอัลวาทิก ตวนกู มิซาน ไซนัล อาบีดีน อิบนี อัลมาร์ฮูม สุลต่าน
มะห์มูด อัลมุกตาฟี บิลล่าห์ ชาห์ สมเด็จพระราชาธิบดีองค์ที่ 13
นายกรัฐมนตรี : ดาโต๊ะ ซรี โมฮาเหม็ด นาจิบ บิน ตุน ฮัจญี อับดุล ราซัค
ประชากร : 27.73 ล้านคน
ภาษาราชการ : มาเลย์
ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(GDP) : 211.8 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ
สกุลเงิน : ริงกิต
วันสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับไทย : 31 สิงหาคม พ.ศ.2500

บรูไน ดารุสซาลาม (Brunei Darussalam)
พื้นที่ : 5,765 ตารางกิโลเมตร
เมืองหลวง : บันดาร์ เสรี เบกาวัน
พระประมุขและนายกรัฐมนตรี : สมเด็จพระราชาธิบดี ฮัจญี ฮัสซานัล โบลเกียห์ มูอิซซัดดิน
วัดเดาละห์ สมเด็จพระราชาธิบดีองค์ที่ 29
ประชากร : 381,371 คน
ภาษาราชการ : มาเลย์
ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(GDP) : 13.54 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ
สกุลเงิน : ดอลลาร์บรูไน
วันสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับไทย : 1 มกราคม 2527

สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ (Republic of the Philippines)
พื้นที่ : 298,170 ตารางกิโลเมตร
เมืองหลวง : กรุงมะนิลา
ประธานาธิบดี : นายเบนิโญ อาคิโน
ประชากร : 91 ล้านคน
ภาษาราชการ : ฟิลิปิโนและอังกฤษ
ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(GDP) : 142.3 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ
สกุลเงิน : เปโซ
วันสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับไทย : 14 มิถุนายน 2492

สาธารณรัฐสิงคโปร์ (Republic of Singapore)
พื้นที่ : 699.4 ตารางกิโลเมตร
เมืองหลวง : สิงคโปร์
ประธานาธิบดี : นายเอส อาร์ นาธาน
นายกรัฐมนตรี : นายลี เซียน ลุง
ประชากร : 4.6 ล้านคน
ภาษาราชการ : อังกฤษ จีนกลาง มลายูและทมิฬ
ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(GDP) : 147.5 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ
สกุลเงิน : ดอลล่าร์สิงคโปร์
วันสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับไทย : 14 มิถุนายน 2492

สาธารณอินโดนีเซีย (Republic of Indonesia)
พื้นที่ : 5,765 ตารางกิโลเมตร
เมืองหลวง : กรุงจาร์กาตาร์
ประธานาธิบดี : ดร.ซูชิโล บัมบัง ยูโดโยโน
ประชากร : 245.5 ล้านคน
ภาษาราชการ : อินโดนีเซีย
ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(GDP) : 432.9 พันล้านดอลลาร์สหรํฐ
สกุลเงิน : รูเปียร์
วันสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับไทย : 7 มีนาคม 2493

Leave your response!

Add your comment below, or trackback from your own site. You can also subscribe to these comments via RSS.

Be nice. Keep it clean. Stay on topic. No spam.

You can use these tags:
<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

This is a Gravatar-enabled weblog. To get your own globally-recognized-avatar, please register at Gravatar.