โรงพยาบาลสวนปรุงร่วมกับโรงเรียนดาราวิทยาลัย จัดโครงการรณรงค์ป้องกันการฆ่าตัวตาย

  
    โครงการรณรงค์ป้องกันการฆ่าตัวตาย เน้นให้เยาวชนเป็นตัวกลางในการสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อลดปริมาณผู้คิดฆ่าตัวตาย โรงพยาบาลสวนปรุงร่วมกับโรงเรียนดาราวิทยาลัย จัดโครงการรณรงค์ป้องกันการฆ่าตัวตาย เนื่องในวันป้องกันการฆ่าตัวตายโลก ประจำปี 2554 ณ โรงเรียนดาราวิทยาลัย อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ซึ่งมีการเดินขบวนรณรงค์ การประกวดคำขวัญ และการจัดนิทรรศการความเข้มแข็งทางใจ ของนักเรียนโรงเรียนดาราวิทยาลัยและมีการบรรยายพิเศษ เรื่อง วัยรุ่น ความคิดสร้างสรรค์หรือทำลาย วัยรุ่นกับการเข้าใจตนเอง และ การดูแลเพื่อนยามมีปัญหา ณ หอประชุมโรงเรียนดาราวิทยาลัย นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า ในวันที่ 10 กันยายน ของทุกปีเป็นวันที่องค์การอนามัยโลกได้ประกาศให้เป็นวันการป้องกันวันฆ่าตัวตายโลก ประเทศไทยมีอัตราการฆ่าตัวตายสูง แต่หลังจากมีโครงการการป้องกันการฆ่าตัวตายที่ต่อเนื่อง อัตราการฆ่าตัวตายจึงลดลง อัตราการฆ่าตัวตายพบว่าเพศชายมากกว่าเพศหญิง และพบในวัยทำงาน และผู้สูงวัยมากกว่าวัยอื่น แต่ที่เลือกสถานศึกษาเป็นเวทีแสดงออกทางการป้องกันการฆ่าตัวตาย ก็เพราะว่าวัยเด็กเป็นวัยที่มีความกระตือรือร้น มีพลังมาก สามารถเฝ้าระวัง คอยสอดส่องดูแล และสามารถคัดกรองผู้ที่กำลังอยู่ในภาวะคิดจะฆ่าตัวตาย จึงจำเป็นต้องให้ความรู้แก่เยาวชน เพื่อเป็นตัวกลางในการช่วยเหลือคนในครอบครัว และคนในสังคม สถิติจากกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ในปี 2553 พบว่า 10 จังหวัดที่มีอัตราการฆ่าตัวตายสุงสุด คือ จังหวัดลำพูน ร้อยละ 20.02 รองลงมาคือ เชียงราย ร้อยละ 15.63 แม่ฮ่องสอน ร้อยละ 14.45 น่าน ร้อยละ 13.03 เชียงใหม่ ร้อยละ 12.47 จันทบุรี ร้อยละ 11.50 แพร่ ร้อยละ 11.05 อุตรดิตถ์ ร้อยละ 9.94 ระยอง ร้อยละ 9.85 และลำปาง ร้อยละ 9.70 ตามลำดับ ซึ่งจะเห็นว่าภาคเหนือมีอัตราการฆ่าตัวตายสูงมาก เนื่องมาจากสาเหตุเรื่องสังคม วัฒนธรรม วิธีคิด การเก็บความรู้สึก ไม่แสดงออก การกลัวเสียหน้า ปัญหาครอบครัว การดื่มสุรา โรคเรื้อรัง มีเวทีการพูดคุย แสดงออก ในเรื่องต่างๆ ไม่มาก วิธีการป้องกันต้องเริ่มต้นที่คนในครอบครัวหรือเพื่อนต้องเอาใจใส่ดูแล และเฝ้าระวัง เพราะคนที่จะคิดฆ่าตัวตายจะมีอาการนำ เช่น การเขียนจดหมาย ภาวะซึมเศร้า นอนไม่หลับ ซึ่งสัญญาณเตือนเหล่านี้ต้องสังเกต ต้องพูดคุยช่วยเหลือ ส่งพบแพทย์ หรือโทร.สายด่วน 1323 ของกรมสุขภาพจิต ซึ่งจะมีบุคลากรให้คำปรึกษาแนะนำได้
 
12 กันยายน 2554 , 12:19 น. , อ่าน 1243  

 ข่าวโดย   กนกรัตน์ ปัญญา สวท. เชียงใหม่