รายงานพิเศษ 6 ปีที่จากไปของผู้พิพากษาคนเหนือ เหยื่อไฟใต้

  
     รายงานพิเศษ : 6 ปีที่จากไปของผู้พิพากษาคนเหนือ เหยื่อไฟใต้ บิดา มารดา ยังรอความหวัง ทวงหาความเป็นธรรมให้บุตรชาย หลังคดีไม่คืบหน้าและยังหาคนร้ายมาลงโทษไม่ได้
ผ่านไป 6 ปีแล้วกับการจากไปของนายระพินทร์ เรือนแก้ว ผู้พิพากษาประจำศาลจังหวัดปัตตานี ที่เสียชีวิตเป็นศพที่ 310 จากเหตุการณ์ความไม่สงบชายแดนภาคใต้ ขณะกำลังขับรถอยู่กลางสี่แยกไฟแดงถนนโรงเหล้าสาย ข อำเภอเมืองปัตตานี นายระพินทร์ถูกคนร้ายขับขี่จักรยานยนต์ประกบยิงจนเสียชีวิตท่ามกลางสายตาของมารดาผู้ให้กำเนิดและบุตรสาวที่นั่งอยู่ในรถ จนถึงขณะนี้ คดียังไม่มีความคืบหน้า ไม่สามารถจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดีได้ นางเพ็ญศรี เรือนแก้ว มารดาของนายระพินทร์เล่าว่า นายระพินทร์เป็นแบบอย่างของคนดีที่เสียสละ ทำหน้าที่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้โดยยืนหยัดในการทำงานอำนวยความยุติธรรม เป็นเสาหลักของครอบครัว ส่งเงินให้พ่อแม่ที่แก่ชราใช้ดำรงชีวิตอย่างสุขสบาย เคยสัญญาจะมาสร้างบ้านใหม่ให้พ่อกับแม่ เมื่อต้องมาเสียชีวิตลง บิดา มารดาก็ได้รับบำเหน็จตกทอดจำนวนน้อยนิด ทุกวันนี้ ยังจดจำรายละเอียดภาพการลอบสังหารบุตรชายอย่างโหดเหี้ยม กลางสี่แยกไฟแดงที่มีผู้คนจำนวนมากมาย มีผู้พบเห็นจำนวนมาก แต่ไม่มีใครยอมเป็นพยานผู้เห็นเหตุการณ์แม้แต่คนเดียว
ขณะที่นายเหรียญ เรือนแก้ว บิดาของนายระพินทร์กล่าวว่า ไม่อยากให้บุตรชายต้องเสียชีวิตโดยไม่ได้รับการเหลียวแล เมื่อพ้นช่วงเวลาหนึ่งไป คนหมดความสนใจ ก็ไม่มีการติดตามคดี หาคนผิดมาลงโทษ ต้องการให้พิสูจน์หาความจริง เพื่อสาวให้ถึงตัวผู้บงการสังหารบุตรชาย แม้เวลาจะผ่านไปหลายปีแล้ว แต่จิตใจของคนในครอบครัว ก็ยังบอบช้ำและจดจำทุกภาพของบุตรชาย ที่จากไปพร้อมความหวังของหลายชีวิตที่ต้องพังลงไปพร้อมๆ กัน
ล่าสุดนายเหรียญ ได้มีโอกาสคุยผ่านระบบเทเลคอนเฟอร์เรนซ์กับนายภาณุ อุทัยรัตน์ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้สำนักประชาสัมพันธ์ เขต 6 จัดประชุมเครือข่ายการประชาสัมพันธ์ให้การช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ โรงแรมเซนทาราดวงตะวัน จ.เชียงใหม่และได้มีโอกาสทวงถามความคืบหน้า โดยกล่าวว่ายังคงรอความหวังจากทางราชการที่จะอำนวยความยุติธรรมให้แก่บุตรชาย ที่ทุ่มเทการทำงานอำนวยความยุติธรรมให้แก่คนในสังคมเมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่
 
18 กันยายน 2554 , 13:39 น. , อ่าน 1233  

 ข่าวโดย   ธนวันต์ ชุมแสง สวท. เชียงใหม่