แม่โจ้เตรียมส่งจุลินทรีย์บำบัดน้ำเสีย อี-เวิร์ม (E-Worm) ช่วยพื้นที่ประสบอุทกภัยที่น้ำท่วม

  
    แม่โจ้เตรียมส่งจุลินทรีย์บำบัดน้ำเสีย อี-เวิร์ม (E-Worm) ช่วยพื้นที่ประสบอุทกภัยที่น้ำท่วมขังจนเริ่มเน่าเสียในภาคกลาง และกรุงเทพมหานคร รองศาสตราจารย์ ดร.อานัฐ ตันโช ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาไส้เดือนดิน มหาวิทยาลัยแม่โจ้ กล่าวว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมที่ประเทศไทยกำลังประสบอยู่ หลายพื้นที่มีระดับน้ำลดลง แต่หลายพื้นที่ยังมีน้ำท่วมขัง ทำให้น้ำเน่าเสีย มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จึงได้จัดทำชุดบำบัดน้ำเสีย ที่เรียกว่า อี-เวิร์ม (E-Worm) คือ กลุ่มจุลินทรีย์ธรรมชาติจากลำไส้ไส้เดือนดิน หรือภาษาเหนือเรียกว่า ขี้ต๋าแล๊ ซึ่งเป็นจุลินทรีย์ธรรมชาติที่เกิดจากโครงการกำจัดขยะอินทรีย์ด้วยไส้เดือนดิน อี-เวิร์ม เป็นจุลินทรีย์กลุ่มที่ไม่ต้องการออกซิเจนในการย่อยสลายสารอินทรีย์ต่างๆ สามารถอาศัยอยู่ได้ในน้ำลึก บริเวณแอ่งน้ำได้เป็นอย่างดี โดยจะทำการย่อยสลายสารอินทรีย์ให้มีอนุภาคเล็กลง และตกตะกอนรวดเร็ว ศูนย์วิจัยและพัฒนาไส้เดือนดิน มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จึงร่วมมือกับ สวทช.ภาคเหนือและมูลนิธิโครงการหลวง จัดทำชุดจุลินทรีย์บำบัดน้ำเสีย เป็นชุดสำเร็จรูปใช้งานได้ทันที จำนวนพันชุด เพื่อส่งไปช่วยผู้ประสบอุทกภัยในกรุงเทพมหานคร และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่จะต้องดำรงชีวิตอยู่ท่ามกลางน้ำเน่าเสีย ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ความแตกต่างระหว่าง EM-Ball และ E-Worm คือ EM-Ball มีค่าความเป็นกรด ด่าง เท่ากับ 4 เมื่ออยู่ในค่า pH ที่เป็นด่างอย่างน้ำเสีย จึงทำให้จุลินทรีย์ที่อยู่ใน EM-Ball ไม่สามารถทำได้ปกติ ขณะที่ค่า pH ของ E-Worm อยู่ในช่วง 7-8 ทำให้จุลินทรีย์ที่อยู่ใน E-Worm มีประสิทธิภาพเป็นอย่างดี บำบัดน้ำได้รวดเร็ว EM-Ball มีจำนวนจุลินทรีย์ใน EM-Ball อยู่ 40 สปีชีส์ ขณะที่ E-Worm มี 343 สปีชีส์ EM-Ball มีสารประกอบอินทรีย์จำพวก แกลบ รำ ดินทราย และ กากน้ำตาลอยู่ หากย่อยสลายไม่หมดจะทำให้น้ำเน่าเสียมากขึ้น ในขณะที่ E-Worm ไม่มีสารประกอบอินทรีย์เลย และ EM-Ball ผลิตในสภาพแวดล้อมแบบปิดจากในห้องปฏิบัติการ จึงปรับตัวช้า ในขณะที่ E-Worm ผ่านกรรมวิธีการผลิตในสภาพแวดล้อมแบบเปิดในธรรมชาติ จุลินทรีย์จึงมีการปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมได้อย่างรวดเร็ว
 
15 พฤศจิกายน 2554 , 14:34 น. , อ่าน 1167  

 ข่าวโดย   กนกรัตน์ - อังคณา สวท. เชียงใหม่