พม่าเปิดประเทศมากขึ้นเพื่อรองรับประชาคมอาเซียน ส่งผลกระทบต่อไทย อาจอยู่ในภาวะขาดแคลนแรงงาน

  
    พม่าเปิดประเทศมากขึ้นเพื่อรองรับประชาคมอาเซียน ส่งผลกระทบต่อไทย อาจอยู่ในภาวะขาดแคลนแรงงาน ขณะที่มูลค่าการค้าชายแดนภาคเหนือระหว่างไทย-พม่า มีมูลค่าสูงกว่าจีนและลาว
นางสุภาวดี ปุณศรี ผู้อำนวยการอาวุโส ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือกล่าวว่า ปัจจุบันพม่าเริ่มเปิดประเทศมากขึ้น ผู้นำพม่าได้เดินทางไปแนะนำประเทศกับหลาย ๆ ประเทศ อีกทั้งเตรียมพร้อมจะเข้าสู่ประชาคมอาเซียน จึงมีความน่าเป็นห่วงว่าในอนาคตประเทศไทยจะอยู่ในภาวะขาดแคลนแรงงาน หากประชาชนพม่าเลือกที่จะทำงานในประเทศมากขึ้น
สัดส่วนการส่งออกของภาคเหนือปี 2554 ส่งออกไปจีนร้อยละ 3 ลาวร้อยละ 11 ขณะที่ส่งออกไปพม่าร้อยละ 31 และอื่น ๆ ร้อยละ 55 การค้าขายผ่านด่านการค้าชายแดนภาคเหนือ ด่านแม่สอด 21,000 ล้านบาทแม้จะมีการปิดด่านชายแดนแต่ก็ยังคงมีการซื้อขายต่อเนื่อง ขณะที่ด่านแม่สาย 10,000 ล้านบาท ด่านเชียงแสนกว่า 2 พันล้านบาท ตลอดทั้งปี 2554 มีมูลค่าการซื้อขายกว่า 33,000 ล้านบาท โดยพม่าให้ความนิยมสินค้าไทย เนื่องจากชื่นชอบในคุณภาพสินค้าไทยที่นำสินค้ามีคุณภาพไปขาย ขณะที่มูลค่าซื้อขายผ่านด่านเชียงแสนของจีนประมาณ 480 ล้านบาท ด่านเชียงของกว่า 700 ล้านบาท ทั้งนี้ได้รับผลกระทบจากกรณีลูกเรือชาวจีนถูกยิงเสียชีวิต ส่งผลให้จีนระงับการส่งสินค้ามาไทยระยะหนึ่ง เพิ่งกลับมาสู่สภาพปกติเมื่อไม่นาน ขณะที่การมูลค่าการซื้อขายไทย-ลาวผ่านด่านชายแดนภาคเหนือทั้งปี 2554 กว่า 11,000 ล้านบาท จึงเห็นได้ว่าพม่าเป็นประเทศที่น่าจับตา เนื่องจากพม่ามีความนิยมสินค้าไทย ที่ชาวพม่าให้การยอมรับว่าดี มีคุณภาพกว่าจีนและลาว ขณะที่สิ่งที่ต้องปรับปรุงคืออัตราการแลกเปลี่ยนเงินจ๊าดของพม่ากับเงินสกุลดอลล่าร์หรือเงินไทย ซึ่งไม่เท่ากัน ทางการพม่ากำหนดให้ 7 จ๊าดเท่ากับ 1 ดอลล่าร์ แต่ในความเป็นจริงเมื่อนำไปแลกกับในตลาดต้องใช้ 30-40 จ๊าด ซึ่งเป็นปัญหาที่พม่าต้องแก้ไข ปรับปรุงโดยเร่งด่วน
 
6 กุมภาพันธ์ 2555 , 17:49 น. , อ่าน 1174  

 ข่าวโดย   ธนวันต์-ชาลิสา สวท.เชียงใหม่