คดีพบซองยาแก้หวัดที่มีส่วนผสมของสารซูโดอีเฟรดีนกว่าล้านเม็ดที่สันกำแพงคดีแรก มีการออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องสองคน และน่าเชื่อได้ว่ายังมีผู้ร่วมขบวนการอีก

  
    
รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ระบุ คดีพบซองยาแก้หวัดที่มีส่วนผสมของสารซูโดอีเฟรดีนกว่าล้านเม็ดที่สันกำแพงคดีแรกส่งข้อมูลให้ DSI แล้ว มีการออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องสองคน และน่าเชื่อได้ว่ายังมีผู้ร่วมขบวนการอีกจำนวนหนึ่ง
พันตำรวจเอกภานุเดช บุญเรือง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า กรณีคดีที่ตรวจพบซองยาแก้หวัดกว่าล้านเม็ดที่ตำบลสันกลาง อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2555 ขณะนี้คดีดังกล่าวได้โอนไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือ DSI แล้ว คดีดังกล่าวได้มีการออกหมายจับนายอุดร กลางขุนทด และนายสมชัย รักยอดยิ่ง และขายผลประสานไปยังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ นำข้อมูลบ้านเช่า กองขยะที่ตรวจสอบพบ ยาดังกล่าวมี 28 ชนิดยา มีการแจ้งข้อมูลไปยังสำนักงานอาหารและยาจังหวัดเชียงใหม่ โรงพยาบาลทองแสนขัน จังหวัดอุตรดิตถ์และโรงพยาบาลศูนย์อุดร จังหวัดอุดรธานี ซึ่งตรวจสอบพบมีความผิดปกติของการเบิกจ่ายยาจากเภสัชกรสองแห่ง และนำมาขยายผลในพื้นที่อำเภอสันกำแพง ขณะเดียวกันได้นำเม็ดยาและกล่องบรรจุภัณฑ์ส่งตรวจกับองค์การอาหารและยาเพื่อชี้แหล่งผลิต ซึ่งพบว่ามีบริษัทผลิตยา 5 บริษัทที่ผลิตยาดังกล่าว จากการตรวจสอบได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้และนำข้อมูลทั้งหมดส่ง DSI แล้ว จากการสอบสวนบริษัทนิ่มซี่เส็งให้การเป็นประโยชน์ว่ามีการส่งพัสดุชนิดเดียวกันมาจากจังหวัดอุดรธานีมากกว่า 46 ครั้ง และมีหน้าซองพัสดุที่ระบุว่ามาจากโรงพยาบาลทองแสนขัน จังหวัดอุตรดิตถ์ นับเป็นครั้งแรกที่สามารถสืบหาถึงต้นตอที่มา
ทั้งนี้จากการตั้งข้อสังเกตว่าจำนวนซองยาที่พบ ไม่น่าจะดำเนินการเพียงสองคน รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่กล่าวว่า จากการสอบสวนเพื่อนบ้านที่อยู่ละแวกเดียวกันต่างให้การว่าไม่เคยคบค้ากับนายอุดรและนายสมชัย อย่างไรก็ตามมีความเป็นไปได้ว่าอาจจะมีญาติหรือเพื่อนร่วมอาชีพของทั้งสองคนร่วมขบวนการซึ่งจะต้องสืบสวนต่อไป
 
29 มีนาคม 2555 , 17:02 น. , อ่าน 1179  

 ข่าวโดย   ธนวันต์ ชุมแสง สวท. เชียงใหม่