รายงานพิเศษ จากมหาอุทกภัยปลายปี 2554 สู่การป้องกันอย่างยั่งยืน

  
     รายงานพิเศษ จากมหาอุทกภัยปลายปี 2554 สู่การป้องกันอย่างยั่งยืนใน 8 พื้นที่ลุ่มน้ำหลักในประเทศไทย
มหาอุทกภัยปลายปี 2554 ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนครอบคลุม 65 จังหวัดทั่วประเทศ ทำให้รัฐบาลต้องจัดสรรงบประมาณจำนวนมากในการฟื้นฟูพื้นที่กว่า 6 เดือน ในการบูรณะโบราณสถาน โบราณวัตถุ พื้นที่การเกษตร แหล่งเศรษฐกิจ และบ้านเรือนประชาชน พร้อมหาแนวทางป้องกัน แก้ไขอย่างเร่งด่วน เพื่อมิให้ปัญหารุนแรงเกิดขึ้นซ้ำอีก
นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ปัญหาที่รัฐบาลได้ตระหนักและให้ความสำคัญ พร้อมอนุมัติงบประมาณกว่า 900 ล้านบาท ในการสร้างฝาย และฟื้นฟูพื้นที่ป่าครอบคลุม 8 พื้นที่ลุ่มน้ำหลัก ได้แก่ พื้นที่ลุ่มน้ำปิง วัง ยม น่าน สะแกกรัง เจ้าพระยา ป่าสัก และท่าจีน โดยใช้พื้นที่บ้านศรีดงเย็น ตำบลบ้านช้าง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ และอีก 2 จังหวัดเป็นพื้นที่นำร่องและจะดำเนินการสู่พื้นที่ที่เหลือ ขยายผลอีก 17 พื้นที่ รวม 25 พื้นที่ลุ่มน้ำทั่วประเทศ
เหตุเพราะพื้นที่นำร่องแห่งนี้ เป็นพื้นที่ต้นน้ำสำคัญที่ต้องสร้างให้ประชาชนในพื้นที่รัก หวงแหน และรักษาป่าให้สมบูรณ์ เพื่อป้องกันการเผาป่าที่ก่อให้เกิดปัญหาหมอกควัน การตัดไม้ทำลายป่า ที่ก่อให้เกิดภาวะน้ำป่าไหลหลากที่สร้างความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินของคนในพื้นที่และมากกว่านั้น คือ คนกลางน้ำและปลายน้ำอย่างเช่นภาคกลางก็ได้รับผลกระทบนี้ด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
โครงการฟื้นฟู อนุรักษ์ป่าและดิน และการทำงาน ที่มีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและหน่วยงานในสังกัด เป็นผู้รับนโนบายจากรัฐบาลในการแก้ปัญหาอุทกภัยอย่างยั่งยืน เป็นไปตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ บรมราชินีนาถ ทุกพื้นที่ที่มีการสร้างฝาย ทั้งฝายถาวรและฝายชั่วคราว รวมทั้งพื้นที่ปลูกหญ้าแฝก มีพิกัด GPS ตรวจสอบได้ทุกจุด เพื่อง่ายต่อการติดตามผล ตรวจสอบ และเพื่อให้คนในพื้นที่ได้มีโอกาสดูแลร่วมกัน
ฤดูฝนที่กำลังมาถึง แม้เป็นภาวะธรรมชาติที่มนุษย์ไม่สามารถควบคุมได้ แต่ครั้งนี้อาจเป็นอีกครั้งหนึ่งที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเทศไทยทั้งหมด พยายามช่วยกันอย่างเต็มที่ในการสร้างเกราะป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้น ด้วยความร่วมมือของคนต้นน้ำในการช่วยกันดูแลป่า ปลูกป่าอย่างแข็งขัน โดยฝากให้คนกลางน้ำและปลายน้ำ ว่าแม้คนต้นน้ำจะดูแลกันอย่างเต็มที่เพราะเป็นที่เกิด ที่อาศัย ที่ทำมาหากิน แต่คนปลายน้ำก็ต้องร่วมรักษาทรัพยากรธรรมชาติด้วยเช่นกัน
 
18 พฤษภาคม 2555 , 11:46 น. , อ่าน 1159  

 ข่าวโดย   กนกรัตน์ ปัญญา สวท. เชียงใหม่