รายงานพิเศษ กลุ่มงานเกี่ยวกับนม โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา

  
     รายงานพิเศษ กลุ่มงานเกี่ยวกับนม โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา แหล่งถ่ายทอดความรู้และแปรรูปน้ำนมดิบจากเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม สู่การบริหารจัดงานน้ำนมดิบอย่างยั่งยืน
กลุ่มงานเกี่ยวกับนม เป็นโครงการกึ่งธุรกิจ ที่มีกระบวนการแปรรูปวัตถุดิบทางการเกษตร รวมทั้ง จำหน่ายผลิตภัณฑ์ในราคาที่ไม่หวังผลกำไร ของโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนบริโภคสินค้าที่ผลิตได้เองภายในประเทศ โดยรายได้จะนำมาใช้บริหารจัดการภายในโครงการ กลุ่มงานเกี่ยวกับนม จัดตั้งขึ้นเพื่อศึกษาและเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยง โคนมในประเทศไทย และการแปรรูปน้ำนมดิบเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ทั้งส่งเสริมให้ประชาชน บริโภคนมและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากน้ำนม ซึ่งมีประโยชน์ต่อสุขภาพ
โรงโคมนมและการแปรรูปน้ำนมดิบแบบครบวงจร โรงโคนมสวนจิตรลดา เกิดขึ้นจากการเสด็จประพาสยุโรปในปี 2503 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนินประพาสประเทศเดนมาร์ค เพื่อศึกษาเกี่ยวกับการเลี้ยงโคนม เพื่อเป็นอาชีพใหม่ให้แก่เกษตรกรไทย ต่อมาในปี 2505 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ในการจัดสร้างโรงโคนม เพื่อเลี้ยงโคนมที่มีผู้น้อมเกล้าฯ ถวาย และเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดโรงโคนมสวนจิตรลดาในวันที่ 12 มกราคม 2505 เพื่อส่งเสริมอาชีพเลี้ยงโคนม ซึ่งถือได้ว่าเป็นอาชีพพระราชทาน โดยทำการศึกษา ค้นคว้าและเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงโคนม รวมทั้งการคัดเลือกและปรับปรุงพันธุ์โคนมที่เหมาะสมกับประเทศไทยนอกจากการเลี้ยงโคนมแล้ว โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา ยังมีการสาธิตการปลูกหญ้าสำหรับเป็นอาหารเลี้ยงโค ด้วยวิธีทำนาหญ้า โดยใช้ท่อนพันธุ์หญ้าปักดำคล้ายการดำนา และยังมีการใช้น้ำล้างโรงโค ซึ่งมีมูลโคผสมอยู่เป็นปุ๋ยรดแปลงหญ้า ซึ่งถือว่าเป็นตัวอย่างของการนำของเสียมาใช้ให้เกิดประโยชน์
เมื่อเกิดภาวะน้ำนมดิบล้นตลาดในปี 2512 สมาชิกผู้เลี้ยงโคนมได้ทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอพระราชทานความช่วยเหลือจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ดำเนินการสร้างโรงนมผงขนาดย่อมขึ้น เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการผลิตนมผงจากน้ำนมดิบที่รับซื้อจากเกษตรกร โดยพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เป็นทุนในการก่อสร้างเบื้องต้น ซึ่งถือได้ว่า เป็นโรงนมผงแห่งแรกของประเทศไทย ที่ออกแบบ และก่อสร้างโดยคนไทยทั้งหมด โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดโรงนมผง เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2512 และพระราชทานชื่อว่า “โรงนมผงสวนดุสิต” เพื่อดำเนินการ ศึกษาค้นคว้าในการผลิตนมผง น้ำนมดิบที่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพ จะผ่านกระบวนการระเหยนมดิบ หรือการแยกน้ำกับเนื้อนมดิบออกจากกัน จากนั้นจะทำการพ่นนมให้เป็นผงด้วยวิธีการสเปรย์ดราย ในปี 2512 ได้เกิดภาวะน้ำนมดิบล้นตลาดสมาชิกผู้เลี้ยงโคนมได้ทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ดำเนินการช่วยเหลือโดยรับซื้อน้ำนมดิบจากเกษตรกรมาทำการพาสเจอร์ไรส์ เพื่อให้เก็บรักษาไว้ได้นานขึ้น ศูนย์รวมนม มีกำลังการผลิตประมาณ 10-15 ตันต่อวัน โดยจะรับน้ำนมดิบจากโรงโคนมสวนจิตรลดา และรับซื้อน้ำนมดิบจากสหกรณ์โคนมต่างๆ เมื่อน้ำนมดิบผ่านการตรวจสอบคุณภาพ จะส่งเข้ากระบวนการโฮโมจิไนส์ และพาสเจอร์ไรส์ แล้วทำการบรรจุ และยังมีการผลิตนมปรุงแต่งพาสเจอร์ไรส์รสต่าง ๆ รวมทั้งนมฟลูออไรด์ด้วย สำหรับ โรงเนยแข็ง จัดตั้งขึ้นในปี 2530 เนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ บริษัท สหกรณ์ ซี.ซี. ฟริสแลนด์ ประเทศเนเธอร์แลนด์ ได้น้อมเกล้าฯ ถวายเครื่องมือผลิตเนยแข็ง ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานชื่อเนยแข็งที่ผลิตว่า “เนยแข็งมหามงคล”ต่อมา รัฐบาลเดนมาร์คได้น้อมเกล้าฯ ถวายชุดเครื่องมือผลิตผลิตภัณฑ์แปรรูปจากน้ำนมเพิ่มเติม พร้อมทั้งฝึกอบรมเกี่ยวกับกรรมวิธีการผลิต และการบำรุงรักษา เครื่องมือให้แก่เจ้าหน้าที่โครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา โรงเนยแข็ง สามารถแบ่งตามวัตถุดิบที่นำมาผลิต ได้แก่ น้ำนมดิบ จะสามารถนำมาผลิตเนยแข็งชนิดเกาด้า (gouda) เนยแข็งชนิดเช็ดด้า (cheddar) เนยแข็งปรุงแต่ง และไอศกรีม ส่วนหางนม ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการแยกครีมออกจากน้ำนมดิบ จะสามารถนำมาผลิตนมพร่องไขมันพาสเจอร์ไรส์ นมเปรี้ยวพร่องไขมันพร้อมดื่ม และโยเกิร์ตไขมันต่ำ ส่วนครีม ซึ่งแยกออกมาจากน้ำนมดิบ สามารถนำมาผลิตเนยสด และนมข้นหวานบรรจุหลอด
โรงนมยูเอชที สวนจิตรลดา เกิดขึ้นในภาวะนมล้นตลาด ในปี 2545 จึงได้มีการผลิตนมยูเอชทีรสจืด ทั้งนมโรงเรียน และนมพาณิชย์ โดยจะรับซื้อน้ำนมดิบจากสหกรณ์โคนมต่างๆ มาประมาณวันละ 24 ตัน เป็นการช่วยเหลือเกษตรกร ทำการตรวจสอบคุณภาพของน้ำนมดิบ แล้วจึงนำน้ำนมดิบเข้ามาสู่กระบวนการยูเอชที แล้วทำการบรรจุในระบบปลอดเชื้อ ทั้งในบรรจุภัณฑ์แบบกล่อง และแบบถุง กระบวนการยูเอชที (Ultra High Temperature) จะทำการฆ่าเชื้อที่อุณหภูมิประมาณ 137 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 4 วินาที แล้วลดอุณหภูมิของน้ำนมลงทันทีให้เหลือประมาณ 25 องศาเซลเซียส ก่อนส่งเข้าเครื่องบรรจุในระบบปลอดเชื้อ จึงทำให้สามารถเก็บรักษานมยูเอชทีได้ในอุณหภูมิปกติ โดยนม ยูเอชที แบบกล่องมีอายุการเก็บประมาณ 8 เดือน และแบบถุงสามารถเก็บได้นานประมาณ 3 เดือน
โครงการเกี่ยวกับนมทั้งหมด เกิดขึ้นภายใต้ความคิดส่วนพระองค์และได้รับความช่วยเหลือจากบุคลากรและหน่วยงานต่างๆ ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ผลลัพธ์สุดท้าย คือ การช่วยเหลือเกษตรกรในภาวะที่นมล้นตลาด โดยการนำมาแปรรูปและผลิตเป็นนมยูเอชที เก็บไว้ได้นานหลายเดือน องค์ความรู้เหล่านี้ถูกผสมผสมกับเครื่องจักร และบุคลากรที่มีการดูแลอย่างใกล้ชิด ก่อให้เกิดผลิตภัณฑ์กึ่งธุรกิจออกสู่ตลาดทั่วประเทศ ถือเป็นผลผลิตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีวิสัยทัศน์กว้างไกลในการช่วยเหลือเกษตรกร สำหรับผลพลอยได้ต่อมา ประชาชนยังมีโอกาสได้รับประทานผลิตภัณฑ์นมที่มีคุณภาพ ที่ถูกลำเลียงมาจากพระราชวังส่วนพระองค์ ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจที่สุดของปวงชนชาวไทย
 
20 พฤษภาคม 2555 , 17:28 น. , อ่าน 1265  

 ข่าวโดย   กนกรัตน์ ปัญญา สวท. เชียงใหม่