หลายภาคส่วนแสดงความคิดเห็นอย่างหลากหลายในการเสวนาสื่อเพื่อสาธารณะกับการพัฒนาท้องถิ่น ขณะที่รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีระบุรัฐบาลพร้อมคืนเวลาให้ท้องถิ่น

  
     นายสุรนันท์ เวชชาชีวะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมเสวนา “สื่อเพื่อสาธารณะกับการพัฒนาท้องถิ่น” ที่สำนักอธิการบดี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ทั้งนี้เพื่อรับทราบมุมมอง ความคิดเห็นของทุกภาคส่วนในสังคมเชียงใหม่ จากทุกสาขาวิชาชีพ โดยมีนายสุวัฒน์ ตันติพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงหใม่ นางภัทรียา สุมะโน รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ และตัวแทนสื่อมวลชน องค์กรเอกชนในท้องที่ และองค์กรภาคประชาชนเข้าร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างหลากหลาย โดยรัฐบาลได้วางนโยบายให้กรมประชาสัมพันธ์เป็นสื่อสาธารณะเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง ที่ผ่านมาได้มีการปฏินูปกรมมาระดับหนึ่งแล้ว แบ่งกรมเป็น 4 ส่วน คือ กรมประชาสัมพันธ์ ยังคงมีบทบาทสำคัญในการสื่อสาระหว่างรัฐสู่ประชาชน และสู่โลก บริหารราชการระบบ SDU หรือรูปแบบพิเศษ เพื่อความคล่องตัวของการบริหาร นอกจากนั้นยังมีวิทยุ โทรทัศน์ และสถาบันการประชาสัมพันธ์ โดยมีนโยบายจะคืนช่อง 11 ให้ท้องถิ่นเพื่อตอบสนองความต้องการของท้องถิ่นมากที่สุด ซึ่งหากการทำงานมีระบบจะสามารถระดมทุนได้เอง ด้านนางสดสี เผ่าอินจันทร์ คณบดีคณะการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่กล่าวว่า กฏหมายมาตรา 40 คุ้มครองสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชน แต่พบว่ายังไม่มี กสช.เนื่องจากกระบวนการสรรหาที่ไม่โปร่งใสถึงสองครั้ง หากการทำงานของสื่อปัจจุบันมีประสิทธิภาพ การบริหารรูปแบบใหม่ก็ไม่มีความจำเป็น สื่อสาธารณะที่ดีต้องผลิตตามใจคนในท้องถิ่น ต้องมีเนื้อหาที่น่าสนใจ อย่างไรก็ตามหากสื่อไม่มีสิทธิเสรีภาพในการผลิตเนื้อหา เมื่อผลิตไปก็ไม่มีประโยชน์ ต้องเปลี่ยนกระบวนทรรศในการสื่อสารใหม่จาก Top Down Approach เป็น Bottom Up Approach ขณะที่นายอินสม ปัญญาโสภา นายกสมาคมหนังสือพิมพ์ภาคเหนือแห่งประเทศไทย กล่าวว่าขณะนี้สื่อโดนยึดพื้นที่ ถ่ายทอดเฉพาะส่วนกลาง ไม่ตอบสนองท้องถิ่น ต้องมีการทบทวนใหม่ และพบว่ารายการดี ๆ อยู่ในช่วงเวลาที่ไม่น่าสนใจ ขณะที่รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เบื้องต้นได้ให้นโยบายช่อง 11 ให้ลดการถ่ายทอดที่ไม่สำคัญ ยกเว้นพระราชพิธีสำคัญ โดยการถ่ายทอดโครงการของรัฐบาลควรมีการจัดทำไฮไลท์เพื่อนำเสนอไม่ให้น่าเบื่อเหมือนการบังคับให้ประชาชนดู
 
, อ่าน 1198  

 ข่าวโดย   ธนวรรณ ชุมแสง สวท.เชียงใหม่