ตำรวจจับกุมกลุ่มผู้วางแผนพยายามฆ่าตัวแทนลิขสิทธิ์ค่ายเพลงบริษัทจีเอ็มเอ็ม.แกรมมีได้แล้ว ขณะที่ผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธ

  
     พลตำรวจโทภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พร้อมด้วยพลตำรวจตรีจิรุจน์ พรหโมบล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่และคณะ แถลงข่าวที่สถานีตำรวจภูธรตำบลแม่ปิง จังหวัดเชียงใหม่ กรณีเมื่อคืนวันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมาได้มีคนร้ายใช้รถยนต์กระบะไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนเป็นยานพาหนะขับประกบยิงนายกรีฑา มหมัติ ตัวแทนลิขสิทธิ์เพลงบริษัทจีเอ็มเอ็ม.แกรมมี่จำกัด มหาชน พร้อมด้วยนายลือชา เป้าประเสริฐ ขณะขับขี่รถยนต์มาจอดอยู่ริมถนนเชียงใหม่-ลำปาง ตรงข้ามศูนย์โทรคมนาคมเชียงใหม่ จนทั้งสองได้รับบาดเจ็บสาหัส ตำรวจสอบสวนจนทราบว่าก่อนหน้านั้นได้มีตำรวจนำโดยพันตำรวจตรีนฤบาล จิตทยานันท์ กลุ่มงานสืบสวนสถานีตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่พร้อมนายลือชัยและพวกซึ่งเป็นตัวแทนลิขสิทธิ์เพลงบริษัท จีเอ็มเอ็ม.แกรมมี่จำกัด ทำการจับกุมเจ้าของร้านอาหารที่นำตู้เพลงคาราโอเกะซึ่งละเมิดลิขสิทธิ์เพลงจำนวน 3 ร้าน ที่ตลาดอิ่มบุญ ตำบลป่าตัน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ภายหลังการจับกุมได้มีกลุ่มเจ้าของตู้เพลงคาราโอเกะนำโดยนางศศิธร เฟื่องฟูกิจการหรือเจ๊ต้อย กับพวกประมาณ 10 คนนำรถยนต์มาจอดขวางปิดทางออกตลาด ไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนำผู้ต้องหาพร้อมของกลางออกจากที่เกิดเหตุ เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ต้องเข้าไกล่เกลี่ย โดยนางศศิธรได้โทรศัพท์ติดต่อกับพรรคพวกเพื่อให้ดำเนินการสั่งสอนตัวแทนลิขสิทธิ์เพื่อข่มขวัญ โดยได้เตรียมอาวุธปืน รถยนต์ที่ถอดแผ่นป้ายทะเบียนสะกดรอยตามรถยนต์ของนายกรีฑาเมื่อถึงที่เกิดเหตุจึงประกบยิงดังกล่าว จากการรวบรวมพยานหลักฐานทราบว่าคนร้ายคือนายทองดี เงาตุ่น ผู้ขับขี่รถยนต์มีนายวิรัช ทองบริสุทธิ์ และนายสมเดช เหงาจิ้น ซึ่งใช้อาวุธปืนยิงนายกรีฑาและนายลือชัยจนบาดเจ็บสาหัส โดยตำรวจได้ติดตามตัวจนพบอาวุธปืนของกลางที่บ้านพักพร้อมแจ้งข้อกล่าวหาทั้งหมดร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน โดยจับกุมนางศศิธรได้ที่บ้านพัก โดยนายสมเดชและนายวิรัชได้หลบหนีเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในขณะนี้ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 กล่าวว่าเรื่องลิขสิทธิ์เพลงเป็นปัญหาเรื้อรังที่ต้องแก้ไข โดยพบว่ามีปัญหากระทบกระทั่งกันโดยตลอดของกลุ่มผู้ประกอบการและกลุ่มเจ้าของลิขสิทธิ์ ซึ่งหากฝ่ายใดทำผิดกฎหมายก็ต้องดำเนินโทษทางอาญา ในการนี้นายพิจิตร ลิ้มสมบัติอนันต์หรือเจ้าหมูโคราช ได้เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 เพื่อร้องขอความเป็นธรรม เพราะเห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการปรักปรำนางศศิธรฝ่ายเดียว อีกทั้งเห็นว่าการดำเนินการด้านลิขสิทธิ์นั้นตำรวจดำเนินการไม่ถูกขั้นตอน ล่าสุดกลุ่มผู้ประกอบการตู้เพลงคาราโอเกะในจังหวัดเชียงใหม่กว่า 200 ตู้ได้รวมกลุ่มกันว่าจ้างทนายความเพื่อให้ช่วยดูแลคดีนี้ให้ด้วย
 
31 สิงหาคม 2549 , 20:21 น. , อ่าน 1217  

 ข่าวโดย   ธนวรรณ ชุมแสง สวท.เชียงใหม่