แม่โจ้โพลล์สำรวจพบนักวิชาการเกษตร ร้อยละ 98.5 เห็นว่าภาคเกษตรกรรมยังมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย ขณะที่ร้อยละ 54.4 เห็นว่านโยบายเกษตรในปัจจุบันไม่ถูกต้อง

  
     แม่โจ้โพลล์สำรวจพบนักวิชาการเกษตร ร้อยละ 98.5 เห็นว่าภาคเกษตรกรรมยังมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย ขณะที่ร้อยละ 54.4 เห็นว่านโยบายเกษตรในปัจจุบันไม่ถูกต้อง เกษตรกรไม่สามารถพึ่งพาตนเองได้
ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและพยากรณ์ทางการเกษตร โดยแม่โจ้โพลล์ สำรวจ ความคิดเห็นนักวิชาการเกษตรทั่วประเทศต่อการพัฒนาภาคเกษตรกรรมของประเทศไทย จำนวน 261 ราย ในหัวข้อ “นักวิชาการเกษตรคิดอย่างไร กับนโยบายการพัฒนาภาคเกษตรกรรรมไทยวันนี้” ได้ข้อสรุปดังนี้
ร้อยละ 98.5 เห็นว่าภาคเกษตรกรรมยังคงมีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย เพราะเป็นอาชีพของประชาชนคนไทยส่วนใหญ่รวมถึงการมีพื้นที่เหมาะสมต่อการทำเกษตรกรรมและเป็นแหล่งผลิตอาหารที่สำคัญของโลก โดยมีเพียงร้อยละ 1.5 ที่เห็นว่าไม่มีความสำคัญแล้ว โดยให้เหตุผลว่า ภาครัฐได้ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาด้านภาคอุตสาหกรรมและบริการมากยิ่งขึ้น นักวิชาการเกษตรส่วนใหญ่ ร้อยละ 54.4 เห็นว่านโยบายการพัฒนาภาคเกษตรกรรมของประเทศไทยในปัจจุบัน เป็นนโยบายที่ไม่ถูกต้อง โดยให้เหตุผลว่าเป็นนโยบายประชานิยมที่หวังผลประโยชน์ทางการเมืองและมีการแทรกแซงด้านราคาและตลาด ทำให้เกษตรกรไม่สามารถพึ่งพาตนเองได้ ขณะที่ร้อยละ 45.6 เห็นว่าเป็นนโยบายที่ถูกต้อง โดยให้เหตุผลว่ามีการสนับสนุนให้ประเทศไทยมีความเป็นเลิศด้านการเกษตรและเป็นแหล่งอาหารที่สำคัญของโลก
ทั้งนี้หากกำหนดให้คะแนนเต็ม 5 ในนโยบายด้านการเกษตรที่รัฐบาลประกาศใช้ พบว่า นโยบายพักชำระหนี้เกษตรกรได้คะแนนมากที่สุด 2.93 คะแนน รองลงมาคือ นโยบายรับจำนำ มีคะแนน 2.58 และนโยบายบัตรเครดิตเกษตรกร มีคะแนน 2.40 สำหรับปัญหาด้านการเกษตรที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาภาคเกษตรกรรรมของประเทศไทย พบว่า อับดับ 1 คือปัญหาต้นทุนการผลิตของเกษตรกรสูง (ร้อยละ 37.9) อันดับ 2 คือปัญหาภาระหนี้สินของเกษตรกรที่เพิ่มขึ้น (ร้อยละ 25.7) อันดับ 3 คือปัญหาผลผลิตทางการเกษตรไม่มีคุณภาพ (ร้อยละ 21.1)อันดับ 4 คือ ปัญหาการขาดแคลนที่ดินทำกินของเกษตรกร (ร้อยละ 20.7) และอันดับ 5 คือปัญหาการผลิตที่เน้นการใช้สารเคมี (ร้อยละ 16.5)
สำหรับข้อเสนอแนะต่อการพัฒนาภาคเกษตรกรรมของประเทศไทยเพื่อให้เกิดความยั่งยืนนั้น นักวิชาการเกษตร ร้อยละ 37.0 แนะว่ารัฐบาลต้องมีความจริงใจในการดำเนินนโยบายเพื่อให้เกษตรกรสามารถพึ่งตนเองได้ ไม่มุ่งหวังผลประโยชน์ทางการเมือง รองลงมาร้อยละ 26.1 แนะควรพัฒนาความรู้แก่เกษตรกรในด้านการผลิตและการตลาดตลอดจนชี้แจงเกษตรกรให้ทราบถึงแนวทางในการพัฒนาด้านการเกษตรของรัฐบาล ร้อยละ 16.6 แนะว่าควรพัฒนาด้านคุณภาพผลผลิตพร้อมลดต้นทุนการผลิต เช่น การทำเกษตรแบบอินทรีย์ ร้อยละ 12.1 แนะว่าควรส่งเสริมให้เกษตรกรใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียงในการดำเนินชีวิต และอื่นๆ ร้อยละ 10.2 เช่น แนะให้มีการรวมกลุ่มของเกษตรกรและการแบ่งเขตพื้นที่เกษตรกรรรมให้ชัดเจน
 
15 ตุลาคม 2555 , 14:22 น. , อ่าน 1236  

 ข่าวโดย   ธนวันต์ ชุมแสง สวท. เชียงใหม่