ทีมวิจัยเชียงใหม่ เดินหน้า ศึกษาวิจัยสาหร่ายขนาดเล็ก สามารถนำไปเป็นเชื้อเพลิงได้ในอนาคต

  
     ทีมวิจัยเชียงใหม่ เดินหน้า ศึกษาวิจัยสาหร่ายขนาดเล็ก ที่มีคุณสมบัติลดโลกร้อนได้ และสามารถนำไปเป็นเชื้อเพลิงได้ในอนาคต
รองศาสตราจารย์ ดร. ยุวดี พีรพรพิศาล จากห้องปฏิบัติการวิจัยสาหร่ายประยุกต์ สาขาวิชาจุลชีววิทยา ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยว่า สาหร่ายขนาดเล็ก ซึ่งเราจะพบเห็นโดยทั่วไปทั้งในน้ำ บนบก ในอากาศในรูปของสปอร์ และเห็นชัดเจนที่สุดก็คือในน้ำ ที่มีสีเขียว ทั้งเขียวใสและเขียวขุ่น เรียกว่า แพลงก์ตอนพืช ดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยการสังเคราะห์แสง โดยใช้ก๊าซ คาร์บอนไดออกไซด์และน้ำเป็นวัตถุดิบ ผลลัพธ์ที่ได้ คือ น้ำตาลซึ่งเป็นอาหารของพืชและก๊าซออกซิเจน เท่ากับว่าสาหร่ายเหล่านี้ช่วยลดก๊าซเรือนกระจก เพราะดูดซึมคาร์บอนไดออกไซด์ ให้ก๊าซออกซิเจนแก่แหล่งน้ำและสิ่งแวดล้อมได้เป็นอย่างดี เซลล์ของสาหร่ายเหล่านี้มีกรดไขมันค่อนข้างสูง เมื่อนำมาผ่านกระบวนการทางเคมีที่เรียกว่า เอสเทอริฟิเคชัน (esterification) ในที่สุดก็จะได้ไบโอดีเซล ซึ่งใช้เป็นน้ำมันเต็มรถได้ หรือเผาด้วยความร้อนสูง ที่เรียกว่า ไพโรไลซิส (pyrolysis) เข้าสู่กระบวนการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบทางเคมีในสภาวะไร้อากาศ ที่สุดก็จะได้น้ำมันออกมาเช่นกัน
หลายประเทศได้ให้ความสนใจและวิจัยอย่างกว้างขวาง ทั้งแถบทวีปอเมริกา ยุโรป ออสเตรเลีย และเอเชีย ส่วนประเทศไทย มีกลุ่มนักวิจัยที่ทำงานวิจัยเกี่ยวกับสาหร่ายน้ำมัน หรือ น้ำมันจากสาหร่าย ทั้งทีมการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย ที่กรุงเทพมหานคร หรือ ทีมเชียงใหม่ (Chiang Mai Cluster) ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยแม่โจ้และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ซึ่งได้ผลดีอยู่ในระดับที่น่าพอใจ นอกจากนี้ กลุ่มเชียงใหม่ ยังได้รับทุนสนับสนุนการทำวิจัย เรื่องพลังงานชีวภาพของสาหร่ายขนาดเล็ก จากบริษัทแอลวีเทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทที่สร้างโรงงานปูนซีเมนต์ในประเทศต่างๆ ซึ่งในกระบวนการผลิตปูนซีเมนต์จะเกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ปริมาณมาก เมื่อนำก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เหล่านี้มาเลี้ยงสาหร่ายขนาดเล็กจะเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว แล้วนำมวลของสาหร่ายมาใช้เป็นพลังงานอีกทางหนึ่งให้กับโรงงาน คาดว่างานวิจัยเรื่องนี้จะสำเร็จภายในปี 2556 ขณะที่งานวิจัยสาหร่ายยังคงเดินหน้าต่อไป เพื่อให้เกิดประโยชน์ที่แท้จริง และสามารถใช้เป็นเชื้อเพลงในสำหรับยานพาหนะในอนาคตได้
 
3 มกราคม 2556 , 13:58 น. , อ่าน 1217  

 ข่าวโดย   กนกรัตน์ ปัญญา สวท. เชียงใหม่