อธิบดี DSI ตรวจสอบการก่อสร้างสถานีตำรวจทดแทนสถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ 1 ใน 396 สถานีที่ บริษัทพีซีซี ดีเวลลอปเม้นท์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด ประมูลก่อสร้างแล้วทิ้งงาน

  
     อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษตรวจสอบการก่อสร้างสถานีตำรวจทดแทนสถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ 1 ใน 396 สถานีที่ บริษัทพีซีซี ดีเวลลอปเม้นท์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด ประมูลก่อสร้างแล้วทิ้งงาน
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI เข้าตรวจสอบที่สถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ โดยมีพันตำรวจเอกอักษร วงศ์ใหญ่ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ร่วมให้ข้อมูล โดยสถานที่ดังกล่าวเป็น 1 ใน 396 โรงพักที่บริษัท พีซีซี ดีเวลลอปเม้นท์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด ประมูลก่อสร้างสถานีตำรวจทดแทน โดยได้ดำเนินการล่าช้ากว่าแผนงานที่กำหนด และนำงานไปจ้างช่วงต่อ โดยบริษัทได้เบิกเงินค่างวดงานไปแล้วเป็นเงินกว่า 656 ล้านบาท รวมที่รัฐได้จ่ายไปให้กับผู้รับจ้างไปแล้วกว่า 1,533 ล้านบาทโดยสถานที่ดังกล่าวเดิมใช้สำหรับขังผู้ต้องขัง เมื่อทุบแล้วยังไม่ได้สร้างทดแทน โดยได้ทุบส่วนที่ยังต่อกับสถานีตำรวจหลังปัจจุบันด้วย ยังไม่มีแม้แต่การลงเสาเข็มก่อสร้าง ทางสถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ต้องนำผู้ต้องขังไปขังที่ใต้ถุนอาคารสอบสวนซึ่งมีสภาพแออัด และหากผู้ต้องขังล้นก็ต้องนำฝากขังทัณฑสถานเป็นกรณีไป โดยทางสถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ได้ส่งปรับแบบก่อสร้างเนื่องจากอยู่ในพื้นที่ชั้นใน ของเมืองเชียงใหม่ที่ห้ามก่อสร้างอาคารสูงเกิน 4 ชั้น โดยได้ส่งมอบพื้นที่ไปตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ปีที่แล้ว(2555) และไม่มีความคืบหน้าในการก่อสร้างแต่อย่างใด โดยอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษกล่าวว่าบริษัทรับเหมาดังกล่าวมีเจตนาหวังเงินล่วงหน้าเท่านั้น ผู้รับเหมา ไม่ได้ตั้งใจจะสร้างจริง แต่มุ่งหวังที่จะฉ้อโกงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยเสนอราคาต่ำกว่าราคาจริง 500 ล้านบาท ได้เงินแล้วก็ก่อปัญหา มีกว่า 200 แห่งที่ไม่ได้สร้างอะไร ขณะนี้ผู้รับเหมารายย่อยได้ทยอยเข้าแจ้งความต่อ DSI กว่า 10 รายโดยเฉพาะบริษัทนี้ตั้งอยู่ในเชียงใหม่ ไม่มีความรับผิดชอบต่อเชียงใหม่ด้วย
ส่วนหนึ่งจากการรวมสัญญา เมื่อครั้งที่นายอภิสิทธิ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี ได้สั่งให้รวมศูนย์ทั้งหมด เป็นต้นตอของปัญหา เพราะไม่มีใครทำได้จริง ทำให้เกิดความเสียหาย เข้าข่ายเป็นความผิด พรบ.ฮั๊ว ทั้งมาตรา 11 และ 13 เป็นการผูกขาดทำให้ได้ไปบริษัทเดียว ไม่แข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม และกีดกันบริษัทอื่นที่จะแข่งขัน หากจัดจ้าง 9 ภาค จะไม่เป็นเช่นนี้ ส่วนพลตำรวจเอกพงศพัศ พงษ์เจริญ อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไม่น่าจะมีปัญหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง โดยมีเอกสารหลักฐานแล้วว่าไม่เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ซึ่งนับเป็นการถูกใส่ร้ายในเชิงกฎหมายเลือกตั้ง โดยมีกรอบเวลาจะให้แล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนนี้
 
11 กุมภาพันธ์ 2556 , 16:51 น. , อ่าน 1212  

 ข่าวโดย   ธนวันต์ ชุมแสง สวท. เชียงใหม่