ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอนระบุ 4 อำเภอติดชายแดนต้องเฝ้าระวังปัญหายาเสพติดเป็นพิเศษ

  
     ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอนระบุ 4 อำเภอติดชายแดนต้องเฝ้าระวังปัญหายาเสพติดเป็นพิเศษ ขณะที่ช่วงนี้เป็นช่วงปีใหม่ของชาวเขาเผ่าลีซอต้องกวดขันหนักกว่าเดิม
นางนฤมล ปาลวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอนเปิดเผยว่ามาตรการแก้ปัญหายาเสพติดของจังหวัดแม่ฮ่องสอนนั้น เนื่องจากเป็นพื้นที่ติดชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน อยู่ตรงข้ามกับแหล่งผลิตยาเสพติดและแหล่งพักยาสำคัญ จึงต้องวางกำลังตามแนวชายแดนทั้งหมดอย่างเข้มแข็งในหมู่บ้านคู่ขนาน ในลักษณะ Seal Border นอกจากนี้ได้ตั้งจุดตรวจ จุดสกัด มีด่านถาวร 15 ด่าน และด่านลอยหรือด่านเคลื่อนที่ 30 ด่าน พื้นที่ที่น่าเป็นห่วงและอยู่ติดชายแดนคืออำเภอปางมะผ้า อำเภอเมือง อำเภอขุนยวมและอำเภอแม่สะเรียง ปัจจุบันมีนักค้ารายสำคัญที่ยังหลบหนีหมายจับ 7 ราย และนักค้ารายย่อยอีกจำนวนหนึ่ง ช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่ชาวเขาเผ่าลีซอจัดประเพณีฉลองปีใหม่หรืองานประเพณีกินวอ ซึ่งต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษเนื่องจากประชาชนมักเดินทางไปมาหาสู่กันระหว่างหมู่บ้านและอาจจะมีขบวนการลักลอบใช้ช่วงเวลานี้ในการขนย้ายยาเสพติด จึงต้องมการตั้งจุดตรวจจุดสกัดและเพิ่มความเข้มข้น โดยจังหวัดได้จัดสรรงบประมาณด้านยาเสพติดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกว่า 20 ล้านบาทเพื่อดำเนินการบูรณาการทุกฝ่าย โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอแม่ลาน้อยซึ่งเป็นพื้นที่ตัวอย่างที่นายอำเภอเอาจริงกับปัญหา หากพบมีการลักลอบปลูกฝิ่นในพื้นที่ ผู้ใหญ่บ้านและผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ต้องถูกออกจากราชการ
สำหรับอำเภอปายที่เคยเป็นข่าวโด่งดังถึงการที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาตินิยมมาใช้เป็นสถานที่เสพยาเสพติดนั้น ขณะนี้ได้เรียกประชุมผู้ประกอบการโรงแรม เกสต์เฮ้าส์ หอพักกว่าร้อยแห่งในอำเภอปาย ให้เข้มงวดกวดขัน ควบคุมไม่ให้เกิดปัญหาดังกล่าว ซึ่งประชากรจังหวัดแม่ฮ่องสอนมีกว่า 2 แสน 3 หมื่นคน นักท่องเที่ยวไปเที่ยวปีละกว่า 5 แสน 7 หมื่นคน ในจำนวนนี้เดินทางไปปายกว่า 3 แสนคน เป็นชาวต่างชาติประมาณแสนคนเนื่องจากอากาศที่หนาวเย็นตลอดปีและสภาพภูมิประเทศสวยงาม
 
22 กุมภาพันธ์ 2556 , 16:36 น. , อ่าน 1158  

 ข่าวโดย   ธนวันต์ ชุมแสง สวท. เชียงใหม่