อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จังหวัดเชียงใหม่ จัดงานวันมาฆปูรณมีบูชา องค์สัมมาสัมพุทธเจ้า

  
     อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จังหวัดเชียงใหม่ จัดงานวันมาฆปูรณมีบูชา องค์สัมมาสัมพุทธเจ้า พร้อมอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุมา ประดิษฐานยังหอคำหลวงเพื่อให้นักท่องเที่ยวและประชาชนชาวเชียงใหม่ได้ สักการะเนื่องในวันมาฆบูชา
ทั้งนี้ ด้วยพระเดชพระคุณหลวงพ่อพระเทพมังคลาจารย์ รองเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ วัดท่าตอน พระอารามหลวงได้มีเมตตามอบพระบรมสารีริกธาตุ อันเป็นมงคลยิ่งจากประเทศศรีลังกา ให้แก่อุทยานหลวงราชพฤกษ์ สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) ดังนั้น อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จึงกำหนดจัดงาน วันมาฆปูรณมีบูชา องค์สัมมาสัมพุทธเจ้า เนื่องในวันมาฆบูชา ระหว่างวันที่ 21 - 28 กุมภาพันธ์ 2556 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถและ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารและเปิดโอกาสให้พุทธศาสนิกชนได้สักการบูชาพระบรมสารีริกธาตุโดยทั่วกัน โดยในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2556 อุทยานหลวงราชพฤกษ์ได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุมาประดิษฐานไว้ ณ หอคำหลวง อีกทั้งจะจัดให้มีการทำบุญไหว้พระสวดมนต์และเวียนเทียน ในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา 18.00 น. ซึ่งเป็นวันมาฆบูชา และจะเปิดให้บุคคลทั่วไปได้เข้าสักการะบูชาพระบรมสารีริกธาตุ ในระหว่างวันที่ 21 – 28 กุมภาพันธ์ 2556 ตั้งแต่เวลา 08.00 – 18.00 น. ณ หอคำหลวง อุทยานหลวงราชพฤกษ์ ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ทั้งนี้เพื่อเป็นการส่งเสริมให้พุทธศาสนิกชนมีความรู้ ความเข้าใจอย่างถูกต้องเกี่ยวกับความสำคัญของวันมาฆบูชา รวมทั้งหลักธรรมต่างๆ ซึ่งจะทำให้เกิดความตระหนักต่อความสำคัญของพระพุทธศาสนา อีกทั้งยังเป็นการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะชาวพุทธ และยังเป็นการช่วยธำรงพระพุทธศาสนาให้สืบต่อไป
วันมาฆบูชา ถือเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา คือ เป็นวันที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง โอวาทปาติโมกข์ แก่พระสงฆ์เป็นครั้งแรก มีพระสงฆ์จำนวน 1,250 รูป มาประชุมพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย และ ในปัจจุบันพุทธศาสนิกชนทั้งพระบรมวงศานุวงศ์ พระสงฆ์ และประชาชน จะมีการประกอบพิธีต่าง ๆ เพื่อเป็นการบูชารำลึกถึงพระรัตนตรัยและเหตุการณ์สำคัญดังกล่าว ที่ถือได้ว่าเป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงประทานโอวาทปาฏิโมกข์ซึ่งกล่าวถึงหลัก คำสอนอันเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา ได้แก่ การไม่ทำความชั่วทั้งปวง การบำเพ็ญความดีให้ถึงพร้อม และการทำจิตของตนให้ผ่องใส เพื่อเป็นหลักปฏิบัติของพุทธศาสนิกชนทั้งมวล
 
24 กุมภาพันธ์ 2556 , 17:07 น. , อ่าน 1244  

 ข่าวโดย   กนกรัตน์ ปัญญา สวท. เชียงใหม่