ช้างในแอฟริกาตายปีละกว่าหมื่นตัวและมากที่สุดกว่า 3 หมื่นตัวเมื่อปีที่ผ่านมา โดยพบว่ามีการฆ่าช้างเพื่อเอางา ส่งออกไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีนโดยใช้ไทยเป็นทางผ่าน

  
     ช้างในแอฟริกาตายปีละกว่าหมื่นตัวและมากที่สุดกว่า 3 หมื่นตัวเมื่อปีที่ผ่านมา โดยพบว่ามีการฆ่าช้างเพื่อเอางา ส่งออกไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีนโดยใช้ไทยเป็นทางผ่าน ล่าสุดเครือข่ายรักษ์ช้างประชุมหยุดค้างา หยุดฆ่าช้างที่เชียงใหม่
เครือข่ายรักษ์ช้าง ร่วมประชุม “หยุดการค้างา หยุดฆ่าช้าง” ณ โรงแรมเชียงใหม่แกรนด์วิว อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีตัวแทนองค์กรที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนและตัวแทนจากปางช้างต่าง ๆ ร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างหลากหลาย นางสาวจันทร์ปาย องค์ศิริวิทยา ผู้จัดการงานรณรงค์ต่อต้านการค้าสัตว์ป่า WWF ประเทศไทย จากข้อมูลพบว่าปี 2511 ประเทศแอฟริกามีช้างถูกฆ่าตายกว่าหมื่นตัวและเพิ่มเป็นกว่า 30,000 ตัวเมื่อปีที่ผ่านมา เป็นการฆ่าอย่างโหดร้ายเพื่อเอางาไปส่งออก มีจุดหมายปลายทางที่สาธารณรัฐประชาชนจีน ขณะที่ประเทศไทยเป็นปลายทางที่งาช้างถูกส่งมาก่อนที่จะส่งผ่านไปยังจีน เนื่องจากมีช่องโหว่ทางกฎหมายที่มีช้างเลี้ยง ประเทศไทยเป็นสมาชิกที่ต้องปฏิบัติตามอนุสัญญาไซเตส และเคยถูกแทรกแซงจากไซเตสมาเมื่อปี 2534 แต่ก็ยังไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ในเดือนมีนาคม 2556 ประเทศทไทยจะเป็นเจ้าภาพการประชุมภาคีสมาชิกของอนุสัญญาว่าด้วยการค้าซึ่งชนิดพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่าใกล้สูญพันธุ์ (CITES) องค์กรที่เกี่ยวข้องควรออกมาแสดงความรับผิดชอบ ต่อต้านการฆ่าช้างเพื่อเอางาในประเทศไทย ขณะที่มีผู้แสดงความคิดเห็นอย่างหลากหลายในที่ประชุม เช่น ควรลดความต้องการในจีนก่อน จะแก้ปัญหาได้ ควรมีการออกกฎหมายอย่างชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว เนื่องจากขณะนี้ธุรกิจแกะสลักงาช้างก็ต้องทำแบบหลบ ๆ ซ่อน ๆ เช่นกัน เป็นต้น โดยพบว่าช้างเลี้ยงในประเทศไทยมีกว่า 3500 เชือก แต่งาช้างที่ส่งออกจากไทยมีจำนวนมาก ไม่สอดคล้องกับช้างที่ตายจริงในไทย
ในการนี้จะมีการล่ารายชื่อประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับการฆ่าช้างเพื่อเอางาให้ได้ล้านรายชื่อ ขณะนี้ได้ 5 แสนรายชื่อแล้ว ขณะเดียวกันจะสรุปข้อเสนอแนะต่าง ๆ ที่ประชาชนเสนอความคิดเห็นเพื่อนำเสนอนายกรัฐมนตรีดำเนินการต่อไป
 
25 กุมภาพันธ์ 2556 , 16:00 น. , อ่าน 1245  

 ข่าวโดย   ธนวันต์ ชุมแสง สวท. เชียงใหม่