ตั้งแต่ปี 2533 ถึงปัจจุบัน เกษตรกรและผู้ยากจนกู้ยืมเงินผ่านกองทุนช่วยเหลือเกษตรกรและรับเรื่องร้องเรียน กว่า 4 พันล้านบาท

  
    ตั้งแต่ปี 2533 ถึงปัจจุบัน เกษตรกรและผู้ยากจนกู้ยืมเงินผ่านกองทุนช่วยเหลือเกษตรกรและรับเรื่องร้องเรียน กว่า 4 พันล้านบาท ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมากที่สุด รองลงมาคือภาคกลางและภาคเหนือล่าสุดมีการประชุมเจ้าหน้าที่เพื่อรับทราบระเบียบปฏิบัติ หลักเกณฑ์ให้ความช่วยเหลือ
นางละไมพร วณิชย์สายทอง เกษตรและสหกรณ์จังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการให้ความรู้ความเข้าใจระเบียบหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติงานให้ความช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ยากจน(ส่วนภูมิภาค) ณ โรงแรมเชียงใหม่ออคิด จังหวัดเชียงใหม่ สืบเนื่องจากสำนักปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับมอบหมายจากสำนักพัฒนาระบบราชการ หรือ ก.พ.ร.ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบโครงการสร้างความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการภายใต้แนวทางการพัฒนาองค์กร ซึ่งได้คัดเลือกกระบวนการช่วยเหลือเกษตรกรของสำนักบริหารกองทุนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและรับเรื่องร้องเรียน ซึ่งมีภารกิจความช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ยากจน เนื่องจากมีขั้นตอนการทำงานที่ส่งผลกระทบกับการให้บริการและสิทธิของประชาชนโดยตรง เพื่อเป็นการสร้างความรู้ความเข้าใจระเบียบ หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติงานให้ความช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ยากจนที่ถูกต้องจึงได้จัดสัมมนาดังกล่าวให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบโดยตรง
นางสมจิตต์ สาสนัส หัวหน้ากลุ่มช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ยากจน สำนักบริหารกองทุนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและรับเรื่องร้องเรียน สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กล่าวว่าระเบียบดังกล่าวเริ่มตั้งแต่ปี 2533 จนถึงปี 2546 ได้โอนภารกิจจากสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี มาให้สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปัญหาที่พบคือ เกษตรกรเป็นหนี้นอกระบบ ปัจจุบันมีทั้งกรณีเจ้าหนี้เป็นนายทุน เป็นหนี้ในระบบเพิ่มขึ้น หนี้ธนาคารต่างๆ ที่เพิ่มขึ้น แก้ไขระเบียบเพิ่มเติมมาโดยตลอดเพื่อให้เข้าถึงผู้รับการช่วยเหลือทั้งในและนอกระบบในวงกว้าง
การดำเนินการกองทุนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและรับเรื่องร้องเรียนจนถึงปัจจุบันอนุมัติเงินกู้ไป 25000 ราย เป็นเงินกว่า 4 พันล้านบาท จากที่ได้รับอนุมัติงบประมาณกว่าสองพันล้านบาท ซึ่งเงินที่ให้กู้เป็นเงินหมุนเวียน โดยมีหนี้ NPL กว่าร้อยละ 40 เนื่องจากเป็นกองทุนที่รองรับเกษตรกรและผู้ยากจนที่ไม่สามารถพึ่งพิงที่อื่นได้ สำหรับเกษตรกรที่ขอกู้มากที่สุดอยู่ที่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รองลงมาคือภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคใต้ตามลำดับ
 
27 กุมภาพันธ์ 2556 , 14:32 น. , อ่าน 1174  

 ข่าวโดย   ธนวันต์ ชุมแสง สวท. เชียงใหม่