รายงานพิเศษ เวียงกุมกาม นครใต้พิภพ จะกลับมามีชีวิตอีกครั้ง

  
     รายงานพิเศษ เวียงกุมกาม นครใต้พิภพ จะกลับมามีชีวิตอีกครั้ง ภายหลังสิ้นสุดการประชุมระดับผู้นำด้านน้ำแห่งภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ครั้งที่ 2
ภายหลังจากรัฐบาลได้เตรียมพื้นที่โบราณสถานเวียงกุมกาม ตำบลท่าวังตาล อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ ไว้เป็นสถานที่จัดเลี้ยงต้อนรับคณะผู้นำ ในการประชุมระดับผู้นำด้านน้ำแห่งภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ครั้งที่ 2 หลายคนได้ยินชื่อเวียงกุมกามบ่อยขึ้น ทุกองค์กรโดยเฉพาะสื่อมวลชนให้ความสนใจลงพื้นที่ศึกษาถึงประวัติศาสตร์ของนครใต้พิภพแห่งนี้ เนื่องจาก เป็นโบราณสถานที่ล่มสลายจากการเกิดน้ำท่วม เวียงกุมกาม เป็นเมืองโบราณ ที่พญามังราย โปรดให้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 1829 โดยโปรดให้ขุดคูเวียงทั้ง 4 ด้าน ไขน้ำแม่ปิงให้ขังไว้ ในคูเมืองโบราณสถานที่ปรากฏอยู่ในเวียงกุมกามและใกล้เคียง เป็นเวียง ทดลองที่สร้างขึ้นก่อนที่จะมาเป็นเมืองเชียงใหม่ โดยมีระยะห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 5 กิโลเมตร หลังจากที่พญามังรายได้ปกครองและพำนักอยู่ในนครหริภุญชัย (ลำพูน) อยู่ 2 ปี พระองค์ทรงศึกษาสิ่งหลายๆ อย่าง และมีพระราชดำริที่จะลองสร้างเมืองขึ้น เมืองนั้นก็คือ เวียงกุมกาม แต่พระองค์ก็ทรงสร้างไม่สำเร็จ เพราะเวียงนั้นมีน้ำท่วมอยู่ทุกปี จนพญามังรายจึงทรงต้องไปปรึกษาพระสหาย นั่นก็คือ พ่อขุนรามคำแหง แห่ง สุโขทัย และ พญางำเมือง แห่ง พะเยา หลังจากทรงปรึกษากันแล้วจึงทรงตัดสินใจไปหาที่สร้างเมืองใหม่ ในที่สุดจึงได้พื้นที่นครพิงค์เชียงใหม่เป็นเมืองใหม่ และเป็นเมืองหลวงแห่งอาณาจักรล้านนาต่อมา จึงสรุปได้ว่าเวียงกุมกามนั้น เป็นเมืองที่ทดลองสร้าง
การล่มสลาย ของเวียงกุมกามล่มสลายลงเพราะเกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ ช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2101 - 2317 ซึ่งตรงกับสมัยพม่าปกครองล้านนา ผลของการเกิดน้ำท่วมนี้ทำให้เวียงกุมกามถูกฝังจมลงอยู่ใต้ตะกอนดินจนยากที่จะฟื้นฟูกลับมา สภาพวัดต่างๆ และโบราณสถานที่สำคัญเหลือเพียงซากวิหารและเจดีย์ร้างที่จมอยู่ดินในระดับความลึกจากพื้นดินลงไปประมาณ 1.50 -2.00 เมตร โดยวัดที่จมดินลึกที่สุดคือวัดอีค่าง รองลงมา คือ วัดปู่เปี้ย และวัดกู่ป่าด้อม จากนั้น มีการขุดค้นพบ ในปี พ.ศ. 2527 โดยหน่วยศิลปากรที่ 4 ขุดแต่งบูรณะวัดร้าง วิหารกานโถม ณ วัดช้างค้ำ และบริเวณโดยรอบเวียงกุมกามอย่างต่อเนื่องจนถึง พ.ศ. 2545 ปัจจุบันเวียงกุมกามก็ได้รับการพัฒนาให้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งของเมืองเชียงใหม่ เพราะเห็นว่าเวียงกุมกามมีความสมบูรณ์และเป็นแหล่งความรู้การศึกษาในแบบของเรื่องราวทางสถาปัตยกรรมและศิลปกรรม ตลอดจนวัฒนธรรมล้านาต่างๆ
ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวในพิธีเปิดนิทรรศการด้านน้ำ ใจความตอนหนึ่งว่า ที่เลือกจังหวัดเชียงใหม่ เป็นเวทีจัดประชุมระดับผู้นำด้านน้ำฯ ก็เพราะเห็นว่า จังหวัดเชียงใหม่ เป็นแหล่งต้นน้ำ มีการขุดคูเมืองไว้ล้อมรอบ บอกถึงวิถีชีวิต และมีเวียงกุมกาม เป็นกรณีศึกษา ของบ้านเมืองที่เสียหายเพราะภัยน้ำท่วม อีกทั้งยังกล่าวให้สัมภาษณ์ว่า รัฐบาลกำหนดจัดเลี้ยงรับรองผู้นำและผู้แทน ที่เข้าร่วมประชุม จาก 37 ประเทศ ประมาณ 250 คน ณ เวียงกุมกาม ในค่ำคืนของวันที่ 19 พฤษภาคม 2556 ในรูปแบบขันโตก บอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ของเวียงกุมกามและการล่มสลายของเวียงกุมกาม ครั้งนี้ ถือว่าเป็นการฟื้นฟูให้เวียงกุมกามกลับมามีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักอีกครั้ง เพื่อเผยแพร่วัฒนธรรมล้านนา ส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่
ผลการการประชุมระดับผู้นำด้านน้ำแห่งภูมิภาคเอเชีย-แปซิก ครั้งที่ 2 นี้ จุดประสงค์หลักสำคัญ คือการร่วมมือกันในการสร้างการบริหารจัดการน้ำ การส่งเสริมนวัตกรรมใหม่ๆ ให้กลุ่มประเทศเอเชีย-แปซิฟิก ได้แบ่งปันองค์ความรู้กัน แต่นอกเหนือจากจุดประสงค์หลักเหล่านี้ จังหวัดเชียงใหม่ ถือว่าได้รับผลดีโดยตรงต่อการจัดประชุม ทั้งเรื่องการแสดงศักยภาพการเป็นศูนย์กลางการประชุม ส่งเสริมให้ประชาชนเกิดรายได้ ขยายช่องทางการตลาดสินค้า โอทอป และหนึ่งในนั้น คือ การเผยแพร่ซึ่งวัฒนธรรมความเป็นอยู่ในอดีตของชาวล้านนา ผ่านโบราณสถานอย่างเวียงกุมกาม ให้ทั่วโลกได้รู้จัก และเป็นกรณีศึกษาเกี่ยวกับมหันตภัยด้านน้ำ ที่สร้างความเสียหายให้มนุษยชาติมาช้านาน
 
19 พฤษภาคม 2556 , 10:09 น. , อ่าน 1167  

 ข่าวโดย   กนกรัตน์ ปัญญา สวท. เชียงใหม่