สรุปผลการประชุมระดับผู้นำด้านน้ำแห่งภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ครั้งที่ 2

  
     สรุปผลการประชุมระดับผู้นำด้านน้ำแห่งภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ครั้งที่ 2 ปิดลงด้วยดี หลังผู้นำ 9 ประเทศและคณะผู้แทนจาก 37 ประเทศ ได้ร่วมลงนามและแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันในปฏิญญาเชียงใหม่
การประชุมระดับผู้นำด้านน้ำแห่งภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ครั้งที่ 2 ปิดลงด้วยดี หลังผู้นำ 9 ประเทศและคณะผู้แทนจาก 37 ประเทศ ได้ร่วมลงนามและแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันในปฏิญญาเชียงใหม่ (ว่าด้วยภาวะผู้นำและพันธะผูกพัน เพื่อความมั่นคงด้านน้ำและการเผชิญภัยพิบัติด้านน้ำ) เชื่อว่า จะนำไปสู่ความร่วมมือที่ดีจากทุกประเทศในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกตลอดจนความ ร่วมมือกับภูมิภาคอื่นๆทั่วโลก พร้อมกล่าวชื่นชมพระอัจฉริยะภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ด้านการบริหาร จัดการน้ำของไทยและพัฒนาด้านน้ำ มุ่งเน้นความเป็นอยู่ของประชาชนในประเทศ และชื่นชมนายกรัฐมนตรีที่มีการจัดงานนิทรรศการและการประชุมด้านน้ำในด้านต่างๆ เป็นอย่างดี
การประชุมระดับผู้นำด้านน้ำแห่งภูมิภาค เอเชีย-แปซิฟิก ครั้งที่ 2 ที่ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา จังหวัดเชียงใหม่ ได้มีการปิดการประชุมลงด้วยดี หลังผู้นำจาก 9 ประเทศและคณะผู้แทนประเทศและประธานเจ้าหน้าที่บริหารขององค์การและบริษัทใน ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกที่เข้าร่วมครั้งนี้ได้มีการลงนามและแสดงเจตนารมณ์ ร่วมกันในปฏิญญาเชียงใหม่ (ว่าด้วยภาวะผู้นำและพันธะผูกพัน เพื่อความมั่นคงด้านน้ำและการเผชิญภัยพิบัติด้านน้ำ) ในประชุมระดับผู้นำด้านน้ำแห่งภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 19-20 พฤษภาคม 2556 จำนวน 13 ข้อ มีสาระสำคัญว่า ผู้แทนประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของน้ำต่อการดำรงชีวิตของ มนุษย์ ทั้งความมั่นคงต่อสภาพแวดล้อมและเศรษฐกิจ และตระหนักถึงความจำเป็นในการรวมประเด็นน้ำเข้ากับการพัฒนาอย่างยั่งยืน อีกทั้งภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกเป็นภูมิภาคที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดภัย พิบัติทางธรรมชาติสูงที่สุดในโลก โดยเฉพาะภัยพิบัติด้านอุทกภัยและภัยแล้วที่มีความรุนแรงและความถี่มากขึ้น ขณะเดียวกันผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศอาจจะเพิ่มความรุนแรงและความ ถี่ของสถานการณ์ภัยพิบัติจนกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม และอาจสูญเสียชีวิต
อย่างไรก็ตาม เรามีความห่วงใยประเทศหมู่เกาะขนาดเล็กและกลุ่มประเทศที่ไม่มีทางออกทะเลต่อ ผลกระทบจากภัยพิบัติที่สร้างความเสี่ยงหายสูง และเห็นความพยายามของรัฐและประเทศเหล่านี้ในการพัฒนาอย่างยั่งยืนให้บรรลุผล ทั้งนี้ จะเน้นการพัฒนาและจัดการทรัพยากรน้ำ โดยใช้หลักการมีส่วนร่วมของผู้ใช้น้ำ นักวางแผนบริหาร และผู้กำหนดนโยบายในทุกระดับ ซึ่งเน้นว่าสตรีมีบทบาทสำคัญในการจัดหาการบริหารจัดการและการพิทักษ์ ทรัพยากรน้ำ พร้อมตระหนักว่าความยั่งยืนของการผลิตอาหารขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการน้ำ อย่างมีประสิทธิภาพ
การประชุมระดับผู้นำด้านน้ำฯครั้ง ที่ 2 นี้ เรายินดีปรับมติของการประชุมระดับผู้นำด้านน้ำฯครั้งที่ 1 ที่ ญี่ปุ่น ปี 2550 ให้ประเด็นด้านน้ำและสุขาภิบาลขึ้นเป็นวาระแห่งชาติ ให้มีการจัดการน้ำและสุขาภิบาลอย่างเหมาะสม ส่งเสริมให้การลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาในระยะหลัง ปี 2558 เพื่อลดความสูญเสียชีวิต ทรัพย์สินที่เกิดจากภัยธรรมชาติ อีกทั้ง จะเร่งรัดแนวทางการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนในการวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติและจะสนับสนุนแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดในการรักษาทรัพยากร น้ำแบบดั้งเดิม พร้อมยกระดับความร่วมมือระดับภูมิภาคในการแบ่งปัน แลกเปลี่ยน เผยแพร่ความรู้ทางวิชาการ เทคโนโลยีและแนวทางปฏิบัติที่ดีในการจัดการน้ำอย่างบูรณาการ โดยจะให้ความสำคัญต่อการใช้ข้อมูลสารสนเทศในการพัฒนาระบบจัดการ เพื่อลดภัยพิบัติ เตือนภัย และสร้างชุมชนที่มีความสามารถในการปรับตัวต่อสภาพแวดล้อม ด้วยการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนและบริหารเงินอย่างสร้างสรรค์ อีกทั้ง ส่งเสริมการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ โดยคำนึงถึงความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ การใช้น้ำเพื่อการบริโภค อุตสาหกรรม การเกษตรกรรม โดยจะปรับปรุงแก้ไขระบบชลประทานที่ใช้น้ำมากเกินไปให้มีการใช้อย่างมี ประสิทธิภาพและนำกลไกที่เหมาะสมมาใช้ในการลดมลพิษด้านน้ำ
นอกจากนี้ เราจะส่งเสริมการสร้างเครือข่ายระหว่างรัฐ เอกชนและภาคส่วนอย่างเหมาะสมในการจัดการน้ำและป้องกันแหล่งน้ำ รวมทั้ง ใช้ประโยชน์จากน้ำอย่างสมเหตุสมผล ทั้งนี้ เรียกร้องให้องค์กรความร่วมมือด้านน้ำแห่งเอเชีย-แปซิฟิกขับเคลื่อนแนวทาง สร้างสรรค์เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานตามมติ โดยเฉพาะการศึกษาประเมินความเสี่ยงทางเศรษฐกิจจากภัยพิบัติด้านน้ำและการ เปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ การส่งเสริมแนวคิดเศรษฐกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและการจัดตั้งระบบคลัง ข้อมูลด้านน้ำของภูมิภาคเอเชีย รวมทั้ง เราสนับสนุนการดำเนินงานของทุกประเทศเพื่อปฏิบัติตามข้อตกลง ด้วย
ส่วนภาพรวมการปาฐกถาพิเศษจาก 9 ผู้นำที่เข้าร่วมการประชุม ได้กล่าวชื่นชมพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ ที่มีพระมหากรุณาธิคุณ พระปรีชาสามารถ และพระอัจฉริยะภาพ ด้านการบริหารจัดการน้ำของไทยและพัฒนาด้านน้ำ มุ่งเน้นความเป็นอยู่ของประชาชนในประเทศ ขณะที่การแก้ปัญหาความมั่นคงด้านน้ำ ผู้นำ 9 ประเทศ แคณะผู้แทนจาก 37 ประเทศ และอยากให้มีความร่วมมือตั้งแต่ระดับภูมิภาค เอเชีย-แปซิฟิกจนถึงระดับโลก เพราะทรัพยากรน้ำเป็นสิ่งสำคัญในการดำรงชีวิตของมวลมนุษยชาติที่มีอย่าง จำกัด ดังนั้น จำเป็นต้องมีการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนและสมดุลย์ ทั้งด้านอุปสงค์-อุปทาน เพื่อป้องกันการแย่งชิงน้ำและมีการกระจายน้ำอย่างเท่าเทียมกันในทุกพื้นที่ รวมทั้ง มีการจัดการสุขาภิบาลด้านน้ำอย่างเป็นระบบ เพื่อให้มี่น้ำดื่มที่สะอาดให้ประชากรได้ใช้ ซึ่งช่วยลดผลกระทบภาคการเกษตร ภาคอุตสาหกรรม และการก่อเกิดโรคใหม่ๆที่มากับน้ำ แต่จะประสบความสำเร็จได้ต้องมีหุ้นส่วนสำคัญในการรับมือภัยพิบัติและปัญคุก คามที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการเกิดอุทกภัยและภัยแล้ง เชื่อว่า “ปฏิญญาเชียงใหม่” ฉบับนี้จะนำไปสู่ความร่วมมือที่ดีจากทุกประเทศในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกตลอด จนความร่วมมือกับภูมิภาคอื่นๆทั่วโลก พร้อมกันนี้ ทุกประเทศที่เข้าร่วมการประชุมระดับผู้นำด้านน้ำฯครั้งนี้ได้กล่าวขอบคุณไทย ที่เป็นผู้ริเริ่มการแก้ปัญหาความมั่นคงทรัพยากรน้ำและการรับมือภัยพิบัติ และกล่าวชื่นชมนายกรัฐมนตรีไทยที่มีการจัดงานนิทรรศการและการประชุมด้านน้ำ ในด้านต่างๆให้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์แลละข้อมูลระหว่างกันในระดับ ภูมิภาคด้วย
ขณะที่นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำในระหว่างการเปิดการประชุมว่าความร่วมมือของทุกประเทศเป็นสิ่งสำคัญ ให้เกิดการบริหารจัดการน้ำป้องกันภัยธรรมชาติและสร้างความมั่นคงด้านน้ำนาง สาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีกล่าวสุนทรพจน์และปาฐกถาพิเศษเรื่อง "ภัยพิบัติและการับมือ : การดำเนินงานและพันธกิจของประเทศไทยต่อการจัดการน้ำและอุทกภัยเพื่อ อนาคต"โดยได้เล่าประสบการณ์ที่ประเทศไทยต้องเผชิญกับวิกฤติอุทกภัยเมื่อปี 2554 ที่สามารถร่วมกันผ่านวิกฤติไปได้ และรัฐบาลได้ใช้โอกาสในการลงทุนลงทุนพัฒนาโครงการบริหารจัดการน้ำ ป้องกันภัยพิบัติในอนาคต โดยยึดแนวทางพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯในการดำเนินงาน และในการประชุมนี้จึงเป็นโอกาสดีที่ได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็นข้อมูล และประสบการณ์ ที่จะนำไปสูการดูแลปัญหาน้ำตั้งแต่ต้นทางโดยเฉพาะการลดการทำลายสิ่งแวดล้อม ตระหนักถึงคุณค่าของน้ำ และการที่จะต้องวางระบบการบริหารจัดการน้ำให้มีความมั่นคงมีประสิทธิภาพ การพัฒนาความพร้อมรับมือภัยพิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ต้องร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ที่กำลังมีความเจริญทางเศรษฐกิจ แต่ยังมีปัญหาด้านน้ำและแนวโน้มการเกิดภัยธรรมชาติมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ต้องขยายความร่วมมือไปยังเวทีอื่นทั่วโลกเพื่อความครอบคลุมและ แนวทางที่ตรงกัน ซึ่งจะส่งผลให้ประชากรโลกได้เข้าถึงแหล่งน้ำที่สะอาดร่วมกัน ทั้งนี้ประเทศไทยพร้อมสนับสนุนความร่วมมือตาม 7 หัวข้อหลักของการประชุมวิชาการ และหวังว่าประเด็นด้านน้ำจะเป็นวาระการพัฒนาตามเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรต เพื่อสร้างความมั่นคงด้านน้ำและหวังว่าทุกประเทศจะมีความร่วมมือกันอย่าง จริงจังต่อเนื่อง
ในโอกาสนี้นายกรัฐมนตรีได้หารือทวิภาคีกับผู้ นำบังคลาเทศ และประธานสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ เพิ่มเสริมสร้างการค้า การลงทุน
นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี หารือทวิภาคี กับ นางเชก ฮาชินา นายกรัฐมนตรีบังคลาเทศ เกี่ยวกับความร่วมมือด้านการค้าการลงทุน และมุ่งหวังที่จะได้ร่วมกันในการบริหารจัดการน้ำ รวมถึงพัฒนาการค้าเรื่องข้าว ส่วนกรณี ชาวโรฮิงยา นายกรัฐมนตรีเสนอให้ทั้งไทย บังคลาเทศ และพม่า ร่วมกันแก้ไขปัญหา จากนั้น นายกรัฐมนตรีหารือ ทวิภาคี กับ นาย วุค เจเรมิก (vuk jeremic)ประธานสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ สมัยที่ 67 โดยนายกรัฐมนตรี ขอบคุณ ยูเอ็น ที่ช่วยเหลือเรื่องการจัดการน้ำเพื่อความยั่งยืน พร้อมเสนอให้UN สนับสนุนการขยายความร่วมมือด้านความมั่นคงทางอาหารและสุขภาพ รวมทั้งหาแนวทาวลดช่องว่างของรายได้และความยากจนขณะเดียวกัน สหประชาชาติ เตรียมเชิญนายกรัฐมนตรี ไปบรรยาย ในเป็นเวทีสำคัญของยูเอ็นในโอกาสต่อๆไปอย่างไรก็ตามหลังเสร็จการประชุมแล้ว ในช่วงค่ำวันนี้นายกรัฐมนตรีเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อเป็นเกียรติแก่ นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐวานูอาตู
ด้าน นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นผู้กล่าวปิดการประชุมระดับแห่งภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ครั้งที่ 2อย่างเป็นทางการ พร้อมกล่าวว่า ทุกประเทศที่เข้าร่วมประชุมยอมรับในปฏิญญาเชียงใหม่ซึ่งถือว่าการประชุม ประสบความสำเร็จอย่างสูงสุด ส่วนการหารือแบบทวิภาคีกับประเทศอินเดียนั้น จะมีความร่วมมือในส่วนการศึกษาดูงานการแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำในระยะ 50 ปี โดยจะประสานทางสถานฑูตของประเทศอินเดียเป็นลำดับถัดไป
 
20 พฤษภาคม 2556 , 20:02 น. , อ่าน 1167  

 ข่าวโดย   สวท.กทม.