รายงานพิเศษ ประเพณีแห่นมสดรดถวายต้นพระศรีมหาโพธิ์ วัดพระธาตุดอยสะเก็ดพระอารามหลวง

  
     รายงานพิเศษ ประเพณีแห่นมสดรดถวายต้นพระศรีมหาโพธิ์ วัดพระธาตุดอยสะเก็ดพระอารามหลวง สืบทอดมานานหลายปี เพื่อทำนุ บำรุง พระพุทธศาสนา
กว่า 200 ปี หลังจากที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพานไปแล้ว พระเจ้าอโศกมหาราช ได้รับสถาปนาขึ้นครองราชย์แทนพระราชบิดาพระนามว่าพระเจ้าพินทุสาร โดยได้รับการขนานพระนามว่า พระเจ้าธรรมาโศกราชซึ่งในขณะนั้น พระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองในประเทศอินเดีย เนปาล อัฟกานิสถาน และแถบประเทศใกล้เคียงมาก พระเจ้าอโศกมหาราช เป็นพระราชาองค์หนึ่งที่เข้าถึงพระรัตนตรัย มีความเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนา ทรงทำการบูชาพระพุทธศาสนา และพระภิกษุสงฆ์ ทรงสร้างศาสนสถานถวายไว้ในพระพุทธศาสนาอย่างมากมาย แม้แต่พระมหินทะเถระ ที่ได้นำพระพุทธศาสนาเข้ามาสู่ประเทศไทยเรา ก็เป็นพระโอรสของพระองค์ ต้นศรีมหาโพธิ์ ซึ่งเป็นสถานที่ตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระเจ้าธรรมาโศกราช ได้ทำนุ บำรุง อย่างดี โดยทรงมีพระดำริว่า “แม้พระพุทธองค์ทรงเสด็จ ดับขันธปรินิพพานไปแล้ว ต้นศรีมหาโพธิ์เป็นประดุจสิ่งแทนพระพุทธเจ้า เสมือนหนึ่งพระพุทธองค์ยังทรงพระชนม์อยู่” และได้ทรงพระราชทานเครื่องรัตนมณีและสิ่งมีค่าบูชาต้นศรีมหาโพธิ์เป็นประจำ พระอัครมเหสี พระนามว่า ติษยรักษิตา จึงมีพระดำริว่า “พระราชาทรงเป็นพระสวามีของเรา แต่ทรงพระราชทานสิ่งของอันมีค่ายิ่งบูชาต้นศรีมหาโพธิ์” พระนางจึงหนักไปในทางริษยา อดทนอยู่ไม่ได้จึงทรงเรียกนางสนมมาเฝ้าแล้วให้ไปหานางแม่มดและบุคคลผู้เจริญฌานจนมีฤทธิ์มาเฝ้าแล้วสั่งให้ทำลายต้นโพธิ์ด้วยเวทย์มนต์ จนต้นโพธิ์เหี่ยวเฉาใกล้จะตาย พวกอำมาตย์ได้เห็นต้นโพธิ์เหี่ยวเฉา จึงได้นำความเข้ากราบบังคมทูล พระเจ้าธรรมาโศกราชทรงเสียพระทัยยิ่งนัก ทรงมีพระอาการประชวรลงกระทันหัน ไม่เสวยพระกระยาหาร จนพระวรกายอ่อนเพลีย ซูบผอม จนพระนางติษยรักษิตา ดำริว่า พระราชามั่นคงในพระรัตนตรัย และจะทรงเสียพระพลานามัยมากกว่านี้ ซึ่งจะไม่เป็นผลดีต่อบ้านเมืองเลย จึงได้เรียกนางสนมมาเฝ้าแล้วรับสั่งให้แม่มดและบุคคลผู้มีฤทธิ์ เลิกจากการประกอบพิธีทำลายต้นโพธิ์ด้วยเวทย์มนต์ แล้วทรงถามนางแม่มดว่าจะทำอย่างไร ที่จะให้ต้นศรีมหาโพธิ์ฟื้นคืนโดยเร็ว นางแม่มด จึงถวายการแนะนำว่า ให้ขุดรอบต้นศรีมหาโพธิ์แล้วนำนมสดมารดถวายวันละ 1,000 ถัง พระนางจึงรับสั่งให้พวกเสนาอำมาตย์ดำเนินการไม่นานนัก ต้นศรีมหาโพธิ์ก็ฟื้นมีใบเขียวดกสวยงามดังเดิม จึงนำความเข้าถวายบังคมแก่พระเจ้าธรรมาโศกราช เมื่อพระองค์ทรงทราบก็ทรงปีติสดชื่นหายจากการประชวรแล้วทรงสรงสนานพระวรกาย แล้วรับสั่งให้เสนาอำมาตย์ทำการบูชาต้นศรีมหาโพธิ์เฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ ทรงอาราธนาพระสงฆ์มารับพระราชทานฉันภัตตาหาร แล้วทรงพระราชทานนมสดใส่โถเงิน โถทอง โถแก้วผลึก มารดถวายต้นศรีมหาโพธิ์ในวันคล้ายวันประสูติ-ตรัสรู้-เสด็จดับขันธปรินิพพาน พร้อมทั้งได้ทรงบำเพ็ญมหาทานแก่พระอริยสงฆ์ คนยากจน นำศรัทธาพสกนิกรอ้างตนเข้าถึงพระรัตนตรัย คือ พระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระสงฆ์เจ้า ตราบจนสิ้นพระชนมายุขัยของพระองค์
ด้วยประวัติความเป็นมาโดยสังเขป คณะสงฆ์วัดพระธาตุดอยสะเก็ดพระอารามหลวง จึงพิจารณาเห็นว่าวัดพระธาตุดอยสะเก็ด เป็นวัดประจำอำเภอ และเป็นที่ประดิษฐานพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า และมีต้นศรีมหาโพธิ์ที่อัญเชิญมาจากประเทศอินเดีย โดยพระครูมงคลศีลวงค์ เจ้าคณะอำเภอดอยสะเก็ด และสมเด็จพระสังฆราชวาส วาสนมหาเถระ วัดราชบพิธสถิตย์สีมาราม ทรงปลูกเมื่อ วันเสาร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2524 และต้นโพธิ์ศรีลังกาอัญเชิญมาโดยคุณพงษ์พันธ์ พรหมขัติแก้ว อดีตอุปฑูตศรีลังกา ซึ่งสมเด็จพระสังฆราชอาสภัตทันตะเถระ จากประเทศศรีลังกาทรงปลูกเมื่อวันจันทร์ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2529 ซึ่งนับได้ว่าเป็นสิ่งที่ศักดิสิทธิ์ทางพระพุทธศาสนา ควรแก่การที่เราจะควรทำการเคารพบูชาเพื่อเป็นศิริมงคลแก่ชีวิต เป็นศิริมงคลแก่อำเภอดอยสะเก็ดและเป็นศิริมงคลแก่พุทธศาสนิกชนผู้กระทำการเคารพบูชา จึงได้ร่วมใจกันจัดงานประเพณีแห่นมสดรดถวายต้นพระศรีมหาโพธิ์ ดำเนินตามปฏิปทาของพระเจ้าอโศกมหาราช องค์เอกอัครศาสนูปถัมภกแห่งชมภูทวีป ตั้งแต่ ปีพุทธศักราช 2545 เป็นต้นมา ตราบจนปัจจุบัน
 
24 พฤษภาคม 2556 , 13:54 น. , อ่าน 1171  

 ข่าวโดย   กนกรัตน์ ปัญญา สวท. เชียงใหม่