สถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เตรียมจัดอบรม การผลิตก๊าซ CBG จาก หญ้าเนเปียร์ สร้างทางเลือกใหม่ให้กับประเทศไทย

  
     สถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เตรียมจัดอบรม การผลิตก๊าซ CBG จาก หญ้าเนเปียร์ สร้างทางเลือกใหม่ให้กับประเทศไทย หลังพบ ผลการวิจัยหญ้าเลี้ยงช้างพันธุ์เนเปียร์ปากช่อง 1 ที่ปัจจุบันนิยมนำไปใช้เป็นอาหารเลี้ยงสัตว์นั้น มีผลผลิตต่อไร่สูงสุด มากกว่าหญ้าชนิดอื่นเกือบ 7 เท่า
สถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กำหนดจัดอบรม การผลิตก๊าซ CBG จากหญ้าเนเปียร์ สร้างทางเลือกใหม่ให้กับประเทศไทย เพื่อให้ผู้เข้าอบรม มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการทำงานของเทคโนโลยีการผลิตก๊าซชีวภาพจากหญ้า เนเปียร์ปากช่อง 1 และนำไปสู่การพัฒนาผลิตเป็นก๊าซไบโอมีเทนอัด หรือ ที่เรียกว่า ก๊าซ CBG ด้วยวิธีดูดซึมด้วยน้ำ และสามารถนำมาใช้ประโยชน์ทดแทนก๊าซ NGV สำหรับยานยนต์ได้ ซึ่งในการอบรมครั้งนี้ จะนำคณะผู้อบรม ศึกษาดูงานการผลิตก๊าซชีวภาพจากหญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1 และ ระบบผลิตก๊าซไบโอมีเทนอัด ณ สถานที่จริง เพื่อให้เกิดการนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้เกิดมูลค่าในเชิงพาณิชย์ต่อไป โดยกำหนดจัดอบรมในวันศุกร์ที่ 9 สิงหาคม 2556 ณ ห้องแกรนด์รูม ชั้น 4 สถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์
ที่ผ่านมา สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน ได้มอบหมายให้ สถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ดำเนินงานโครงการศึกษาสภาวะที่เหมาะสมในการผลิตก๊าซชีวภาพจากหญ้าชนิดต่างๆ ในประเทศไทย โดยการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน จำนวน 10.7 ล้านบาท เพื่อศึกษาศักยภาพในการผลิตก๊าซชีวภาพจากหญ้าชนิดต่างๆ ในประเทศไทย และพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตก๊าซชีวภาพจากหญ้าเพื่อนำไปใช้เป็นพลังงานทดแทน หรือที่เรียกว่า CBG โดยสถาบันพลังงาน มช.ได้มีการสำรวจข้อมูลและวิจัยหญ้าจำนวน 20 ชนิด ที่มีอยู่ในประเทศ เช่น หญ้าเลี้ยงช้างพันธุ์ต่างๆ ได้แก่ พันธุ์ เนเปียร์ปากช่อง 1 พันธุ์บาน่า รวมถึง หญ้าขน หญ้าแฝก เพื่อศึกษาศักยภาพและสภาวะที่เหมาะสมในการผลิตก๊าซชีวภาพ ผลการวิจัยพบว่า หญ้าเลี้ยงช้างพันธุ์เนเปียร์ปากช่อง 1 ที่ปัจจุบันนิยมนำไปใช้เป็นอาหารเลี้ยงสัตว์นั้น มีผลผลิตต่อไร่สูงสุด โดยมีผลผลิตประมาณ 70 — 80 ตันสด/ไร่/ปี ซึ่งมากกว่าหญ้าชนิดอื่นเกือบ 7 เท่า นอกจากนี้ ยังพบว่ามีอัตราการผลิตก๊าซมีเทนสูงกว่าหญ้าชนิดอื่น โดยมีอัตราการผลิตก๊าซชีวภาพประมาณ 6,860 — 7,840 ลบ.ม./ไร่/ปี สามารถผลิตเป็นก๊าซไบโอมีเทนอัด (CBG) ได้ประมาณ 3,118 - 3,563 กก./ปี เหมาะสมต่อการนำมาผลิตเป็นก๊าซ CBG ซึ่งสามารถใช้ทดแทนก๊าซ NGV สำหรับยานยนต์ได้ โดยมีคุณสมบัติเทียบเท่า NGV สำหรับ ยานยนต์ตามประกาศของกรมธุรกิจพลังงาน ปัจจุบัน ได้มีการศึกษาต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาพลังงานก๊าซชีวภาพไปสู่พลังงานทดแทนในรูปแบบอื่นๆ เพื่อให้ทันต่อความต้องการการใช้พลังงานในรูปแบบใหม่และเกิดประโยชน์สูงสุด
 
4 สิงหาคม 2556 , 12:15 น. , อ่าน 1236  

 ข่าวโดย   กนกรัตน์ ปัญญา สวท. เชียงใหม่