แนวโน้มยาเสพติดเพิ่มขึ้นทุกชนิดและรอจ่อทะลักตามแนวชายแดนเข้าพื้นที่ส่วนใน โดยกลุ่มใหญ่ยังเป็นมูเซอร์กับว้า

  
    ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินสกัดกั้นยาเสพติดชายแดนภาคเหนือระบุ แนวโน้มยาเสพติดเพิ่มขึ้นทุกชนิดและรอจ่อทะลักตามแนวชายแดนเข้าพื้นที่ส่วนใน โดยกลุ่มใหญ่ยังเป็นมูเซอร์กับว้า
พันเอกสุพจน์ บูรณจารีย์ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินสกัดกั้นยาเสพติดชายแดนภาคเหนือ เปิดเผยถึงสถานการณ์ยาเสพติดในพื้นที่ภาคเหนือว่า ได้มีการกำหนดหมู่บ้านเป้าหมายตามแนวชายแดน 76 หมู่บ้าน หมู่บ้านเป้าหมายมุ่งเน้น 42 หมู่บ้าน หมู่บ้านเป้าหมายพื้นที่พิเศษ 25 หมู่บ้าน ขณะที่การสกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดนได้มีการบูรณาการทำงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งจุดตรวจจุดสกัด ซุ่มโจมตี และเปิดยุทธการในพื้นที่ มีการทำลายโครงสร้างยาเสพติดชายแดน เกาะติดหมู่บ้านเป้าหมายมุ่งเน้น 42 หมู่บ้าน เป้าหมายบุคคล 309 เป้าหมาย 12 เครือข่าย มีการค้นหาเป้าหมาย 309 เป้าหมายและตัดบุคคลเป้าหมายออกไป 61 คน เนื่องจาก เสียชีวิตและต้องโทษ มีการจัดชุดพัฒนาสัมพันธ์มวลชน 18 ชุด ทำงานร่วมกับ 3 จังหวัด ห้วงระหว่างเดือนตุลาคม 2555 ถึงกรกฎาคม 2556 จับกุมยาเสพติดได้จำนวนมาก เป็นยาบ้ามากที่สุดกว่า 18 ล้านเม็ด รองลงมาคือไอซ์ กว่า 243 กิโลกรัม และเฮโรอีนกว่า 9 กิโลกรัม โดยพบว่ากลุ่มใหญ่ที่ยังเคลื่อนไหวคือมูเซอร์กับว้า อำเภอเชียงดาวจับกุมได้มากที่สุด โดยส่วนใหญ่จะลำเลียงซุกซ่อนในยานพาหนะ รองลงมาคือการลำเลียงย่อยซุกซ่อนในกระเป๋า เป้และถุงย่าม จากการประเมินคาดว่าแนวโน้มยาเสพติดตามแนวชายแดนจะเพิ่มสูงขึ้น และจ่อรอทะลักเข้าชายแดนไทย โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนที่ยากลำบากต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่
ศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินสกัดกั้นยาเสพติดชายแดนภาคเหนือกล่าวในตอนท้ายว่า สถานการณ์ยาเสพติดยังไม่น่าไว้วางใจ จากความต้องการใช้เงินของชนกลุ่มน้อยที่ผลิตยาเสพติด กับการที่พม่าต้องกระทำตามพันธสัญญาที่จะให้พม่าปลอดยาเสพติดเพื่อรองรับประชาคมอาเซียน ทำให้ชนกลุ่มน้อยยิ่งเร่งผลิตในช่วงรอยต่อ โดยยาบ้าที่ผลิตได้ส่วนใหญ่จะเข้ามาในประเทศไทยเป็นหลัก พื้นที่ระบาดไม่ใช่ตามแนวชายแดน แต่เป็นในชุมชนเมืองและสถานศึกษา ซึ่งต้องหาทางแก้ไขที่ต้นเหตุเพื่อหยุดความต้องการซื้อเสียก่อน
 
6 สิงหาคม 2556 , 15:19 น. , อ่าน 1217  

 ข่าวโดย   ธนวันต์ ชุมแสง สวท. เชียงใหม่