ตัวแทนชาวบ้านจากบ้านพรสวรรค์ อำเภอจอมทอง รวมตัวสวมหน้ากากแพะเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม หลังศาลฎีกาพิพากษายืนให้ออกจากพื้นที่ฐานบุกรุกป่าสงวนอุทยานแห่งชาติจอมทอง

  
     ตัวแทนชาวบ้านจากบ้านพรสวรรค์ ตำบลข่วงเปา อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่รวมตัวสวมหน้ากากแพะเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม หลังศาลฎีกาพิพากษายืนให้ออกจากพื้นที่ฐานบุกรุกป่าสงวนอุทยานแห่งชาติจอมทอง
ชาวบ้านจากบ้านพรสวรรค์ หมู่ 14 ตำบลข่วงเปา อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ กว่า 50 คน นำโดยนายจำเนียร ดกโบราณ สวมหน้ากากแพะพร้อมป้ายข้อความขอความเป็นธรรมรวมตัวที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ โดยมีนายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่เป็นผู้รับหนังสือ ทั้งนี้จากการที่ศาลจังหวัดเชียงใหม่ได้ตัดสินคดีอาญาฐานกระทำความผิดพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติมาตราที่ 31 วรรค 3 และให้ประชาชนออกจากพื้นที่ไปโดยไม่มีสิ่งปลูกสร้างทันที โดยชาวบ้านอ้างว่าได้เริ่มเข้าไปอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว 47 ครัวเรือน ตั้งแต่ปี พ.ศ.2517 และได้ติดต่อขอใช้ประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติจากทางกรมป่าไม้เพื่อให้ถูกต้องตามกฎหมาย มีการจ่ายเงินค่ามัดจำและค่าธรรมเนียมให้กับเจ้าหน้าที่อย่างถูกต้อง เมื่อเกิดเหตุการณ์บุกรุกป่าสงวนอุทยานแห่งชาติจอมทองในวันที่ 17 ธันวาคม 2537 ปรากฏว่า เจ้าหน้าที่กลับจับกุมชาวบ้านในหมู่บ้านจำนวน 47 ราย พร้อมกับตั้งข้อหาบุกรุกพื้นที่ป่าทั้งที่ชาวบ้านไม่ได้เป็นผู้กระทำ ขณะที่ผู้ที่บุกรุกตัวจริงสามารถหลบหนีไปได้ ชาวบ้านต้องต่อสู้คดีดังกล่าวในศาลมายาวนานถึง 17 ปี โดยไม่เคยได้รับความช่วยเหลือหรือความเป็นธรรมใดๆ จากภาครัฐ ต้องรับโทษทั้งการชดใช้ค่าเสียหายซึ่งไม่สามารถชำระได้ และปลูกป่าชดเชย ซึ่งแม้จะปลูกป่าทดแทนแล้วแต่ก็ยังมีคดีความในศาล ชาวบ้านเกิดความหวั่นวิตกว่าศาลจะตัดสินให้มีความผิดและต้องย้ายออกจากพื้นที่ที่อยู่อาศัยกันมายาวนาน จึงได้ยื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อเรียกร้องให้ภาครัฐเข้ามาช่วยแก้ปัญหาดังกล่าว และเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องชะลอหรือยุติการดำเนินการใดๆ ในพื้นที่
นางคำใส ปัญญามี ประธานโฉนดชุมชนบ้านพรสวรรค์และคณะกรรมการสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือกล่าวว่า เมื่อปี 2540 ทนายได้แนะนำให้ชาวบ้านยอมรับผิด โดยกล่าวว่าจะไม่มีการดำเนินคดีอีก ต่อมาในปี 2543 กลับมีการบังคับคดีให้ชาวบ้านย้ายออกจากพื้นที่ สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก เพราะไม่มีที่ไป การที่ศาลพิจารณาให้นายมานิตย์แพ้คดี ชาวบ้านซึ่งเป็นผู้ต้องหารายอื่นๆ ก็คงจะถูกตัดสินในลักษณะเดียวกัน
ชาวบ้านพรสวรรค์จะเดินทางกลับหมู่บ้านและทำการล้อมรั้วปิดล้อมหมู่บ้านไม่ให้คนภายนอกเข้าออกได้ พร้อมทั้งยืนยันว่าจะไม่ย้ายออกจาหมู่บ้านเด็ดขาด
 
6 สิงหาคม 2556 , 15:52 น. , อ่าน 1245  

 ข่าวโดย   ธนวันต์-พงศกร-อนุวัฒน์ สวท.เชียงใหม่