ภาคเหนือ ยังมีอัตราการฆ่าตัวตายสูงอย่างต่อเนื่อง เฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ มีอัตราการฆ่าตัวตายสูงเป็นอันดับที่ 3 ของประเทศ

  
     ภาคเหนือ ยังมีอัตราการฆ่าตัวตายสูงอย่างต่อเนื่อง เฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ มีอัตราการฆ่าตัวตายสูงเป็นอันดับที่ 3 ของประเทศ เกิดจากสาเหตุโรคซึมเศร้ามากที่สุด ซึ่งต้องเร่งให้กำลังใจควบคู่กับการให้ยารักษา
ผู้ช่วยศาสตราจารย์สมบัติ สกุลพรรณ์ ผู้อำนวยการสมาคมสะมาริตันส์เชียงใหม่ เปิดเผยว่า องค์การอนามัยโลก ได้กำหนดให้วันที่ 10 กันยายน ของทุกปี เป็นวันป้องกันการฆ่าตัวตายโลก โดยประกาศเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2546 ปัจจุบัน ประชากรโลกมีกว่า 7,000 ล้านคน คาดว่าจะมีผู้ฆ่าตัวตายสำเร็จประมาณ 1 ล้านคน หรือ ทุก 40 วินาที มีผู้ฆ่าตัวตายสำเร็จ 1 คน ในส่วนของประเทศไทย ปี 2555 มีคนไทยฆ่าตัวตายสำเร็จ 3,985 คน เฉลี่ยมากกว่าวันละ 10 คน คิดเป็นอัตราการฆ่าตัวตายสำเร็จ 6.20 คน ต่อประชากรแสนคน มากกว่า ปี 2554 ที่พบประมาณ 6.03 คนต่อประชากรแสนคน แต่ก็ยังไม่เกินเป้าหมายที่กรมสุขภาพจิตตั้งไว้ว่าไม่ให้เกิน 6.5 คนต่อประชากรแสนคน โดยเขตจังหวัดภาคเหนือตอนบน มีอัตราการฆ่าตัวตายสูงอย่างต่อเนื่องมากว่า 10 ปี เฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ ที่มีประชากรเกือบ 2 ล้านคน มีคนฆ่าตัวตายสำเร็จโดยเฉลี่ย ปีหนึ่งประมาณ 14 คน และจังหวัดเชียงใหม่มีอัตราการฆ่าตัวตายสูงเป็นอันดับที่ 3 ของประเทศ
สำหรับ ระดับโลกนั้น ช่วงอายุ 15-30 ปี จะมีอัตราการฆ่าตัวตายสูงที่สุด การฆ่าตัวตายเป็นสาเหตุอันดับที่ 9-10 ของการตายของประชากรโลกทั้งหมด สำหรับประเทศไทย ปี 2555 มีกลุ่มเสี่ยง 2 กลุ่ม คือ กลุ่มผู้ใหญ่ตอนต้นและผู้สูงอายุ มีอัตราการฆ่าตัวตายสูงสุด สาเหตุหลักจากการวิจัย คนฆ่าตัวตายส่วนใหญ่ จะมีโรคซึมเศร้าร่วมด้วยคิดเป็นร้อยละ 80 โดยโรคซึมเศร้าเกิดจากหลายสาเหตุ ทั้งการผิดหวังในชีวิต โรคเรื้อรัง และภาวะเศรษฐกิจ เป็นต้น โดยการรักษาต้องใช้ยาร่วมกับการให้คำปรึกษาทางโทรศัพท์ หรือ กำลังใจจากผู้ใกล้ชิด ซึ่งสำคัญมาก ทั้งนี้ สาเหตุจากการเลียนแบบพฤติกรรมในสื่อออนไลน์ ยังไม่พบข้อมูลที่ชัดเจนว่าสื่อออนไลน์มีผลกับการตัดสินใจฆ่าตัวตาย
 
3 กันยายน 2556 , 14:55 น. , อ่าน 1188  

 ข่าวโดย   กนกรัตน์-อนุวัฒน์ สวท. เชียงใหม่