หอการค้าญี่ปุ่น-กรุงเทพฯ พร้อมภาคี จัดสัมมนา เรื่อง ทิศทางการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการญี่ปุ่นในประเทศไทยและมุมมองในอนาคต

  
    หอการค้าญี่ปุ่น-กรุงเทพฯ พร้อมภาคี จัดสัมมนา เรื่อง ทิศทางการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการญี่ปุ่นในประเทศไทยและมุมมองในอนาคต โดยกงสุลใหญ่ญี่ปุ่น ณ นครเชียงใหม่ ย้ำชัด ไทยกับญี่ปุ่น จะต้องมีความร่วมมือในด้านต่างๆ เพิ่มขึ้นในอนาคตอย่างแน่นอน
หอการค้าญี่ปุ่น-กรุงเทพฯ (JCC) ร่วมกับสถานกงสุลใหญ่ญี่ปุ่น ณ นครเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยฟาร์อีสเทอร์น จัดสัมมนา เรื่อง ทิศทางการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการญี่ปุ่นในประเทศไทยและมุมมองในอนาคต ณ มหาวิทยาลัยฟาร์อีสเทอร์น อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ โดยนายอะกิฮิโกะ ฟูจิอิ กงสุลใหญ่ญี่ปุ่น ณ นครเชียงใหม่ กล่าวว่า ปัจจุบัน ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับญี่ปุ่นมีความโดดเด่นมากขึ้นอย่างชัดเจน จากการที่ญี่ปุ่นได้เป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของไทย และประมาณร้อยละ 60 ของการลงทุนจากต่างประเทศในไทย เป็นบริษัทญี่ปุ่น จากจำนวนสมาชิกหอการค้าญี่ปุ่น-กรุงเทพฯ ที่มีประมาณ 1,500 บริษัท แสดงให้เห็นว่ามีบริษัทญี่ปุ่นมาลงทุนในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงแต่อุตสาหกรรม ด้านยานยนต์ หรือ อิเล็กทรอนิกส์ เท่านั้น ปัจจุบัน พบว่า มีบริษัทญี่ปุ่นในรูปแบบอื่นๆ เข้ามาลงทุนในไทย เช่น ร้านอาหารญี่ปุ่น ธนาคารและบริษัทประกันภัยจากอุตสาหกรรมด้านการเงิน จึงกล่าวได้ว่า คนไทยมีโอกาสที่จะทำงานกับบริษัทญี่ปุ่นได้หลากหลายมากขึ้น นอกจากนี้ ในอนาคตการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ในปี 2558 ไทยและญี่ปุ่นจะมีความสัมพันธ์เหนียวแน่นยิ่งขึ้น เพราะไทยจะเป็นแหล่งรวมอุตสาหกรรม ณ ศูนย์กลางของภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ซึ่งจะกลายเป็นประเทศที่มีบทบาทสำคัญในการผลักดันนานาประเทศในภูมิภาคนี้ให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น นอกจากนี้ รัฐบาลไทยยังได้มีนโยบายการปรับเปลี่ยนสู่อุตสาหกรรมที่เพิ่มมูลค่า ให้แก่สินค้า ซึ่งบริษัทญี่ปุ่นจำนวนมากมีความรู้ ความสามารถ ด้านเทคโนโลยีที่สูง และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จึงพร้อมที่จะดำเนินการให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลไทย
ภายในงานมีการบรรยาย เรื่อง ทิศทางของบริษัทญี่ปุ่นในประเทศไทยและมุมมองในอนาคต การเริ่มธุรกิจของบริษัท JTB ในประเทศไทย และ การก้าวสู่ตลาดต่างประเทศและกลยุทธ์ด้านธุรกิจของกลุ่มโตชิบา โดยมีนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยฟาร์อิสเทอร์น และผู้สนใจร่วมรับฟังจำนวนมาก
 
4 กันยายน 2556 , 12:20 น. , อ่าน 1198  

 ข่าวโดย   กนกรัตน์-พงศกร-อนุวัฒน์ สวท.เชียงใหม่