รายงานพิเศษ เมืองเฉิงตู อีกเมืองน่าเที่ยวในสาธารณรัฐประชาชนจีน

  
     รายงานพิเศษ เมืองเฉิงตู อีกเมืองน่าเที่ยวในสาธารณรัฐประชาชนจีน พัฒนาอย่างต่อเนื่องทุกด้าน ขณะที่ยังรักษาโบราณสถาน โบราณวัตถุเก่าแก่ไว้เป็นอย่างดี
เฉิงตู เป็นเมืองหลวงของมณฑลเสฉวน ตั้งอยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำหมินใจกลางมณฑล ประชากรเมืองเฉิงตูมีราว 10 ล้านคน จัดเป็นอันดับ 3 ของสาธารณรัฐประชาชนจีน ปัจจุบันเป็นทั้งศูนย์กลางด้านการเมือง การทหาร และด้านการศึกษา ของภูมิภาคตะวันตกเฉียงใต้ คำว่าเฉิงตูมีความหมายว่า ค่อยๆ กลายเป็นเมือง เนื่องจาก ย้อนไปเมื่อราว 2,000 ปีที่แล้ว ในสมัยจิ๋นซีฮ่องเต้ ได้มีการจัดการชลประทานเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมที่เกิดเป็นประจำทุกปี เมื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมได้ ชาวนาชาวไร่เพาะปลูกได้ดี ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น คนจึงเริ่มอพยพมาที่เมืองนี้มากขึ้นเรื่อยๆ จึงได้ชื่อว่าเฉิงตู
นางสาวเมิ่งซี แซ่มึ่ง ไกด์ชาวจีนยูนนาน เล่าว่า ที่เมืองเฉิงตู มีแหล่งท่องเที่ยวจำนวนมาก ทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่เป็นมรดกโลก 2 แห่ง ได้แก่ อุทยานแห่งชาติจิ่วจ้ายโกว ตั้งอยู่ทางเหนือของมณฑลเสฉวน ห่างจากตัวเมืองเฉิงตู ประมาณ 500 กิโลเมตร มีอาณาบริเวณถึง 148,260 เอเคอร์ ภายในอาณาบริเวณอุทยานจิ่วจ้ายโกว ประกอบด้วย ภูเขาและหุบเขาอันสลับซับซ้อน มีระดับพื้นดินที่ลดหลั่น ทำให้เกิดแอ่งน้ำน้อย ใหญ่มากมายถึง 114 แอ่ง และกลุ่มน้ำตกใหญ่น้อยรวมถึง 17 กลุ่ม และแม่น้ำซึ่งไหลมาจากหุบเขารวม 5 สาย อีกแห่ง คือ อุทยานแห่งชาติหวงหลง เป็นลำธารสายหนึ่งไหลมาจากภูเขาหิมะนับพันปี จนหินปูนเกิดตกตะกอนเป็นแอ่งเป็นชั้น ทั้งเล็กและใหญ่กว่า 4,000 ชั้น สูงตั้งแต่ 1.5 – 4.5 เมตร นอกจากนี้ ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นมรดกโลกทางด้านวัฒนธรรม ได้แก่ ภูเขาง๊อไบ๊ กับ ภูเขาเล่อซาน ที่นักท่องเที่ยวนิยมไปเที่ยวชม สำหรับ ศาลเจ้าสามก๊ก นั้น สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.223 เพื่อรำลึกถึงบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์สามก๊ก หรือสมัย ค.ศ.220-280 ซึ่งสิ่งก่อสร้างต่างๆ เป็นผลงานการก่อสร้างที่ปรับปรุงในปีที่ 11 ของจักรพรรดิ์คังซีแห่งราชวงศ์ชิง และศาลเจ้าแห่งนี้ ได้รับการยกย่องเป็นโบราณสถานแห่งชาติของจีน เมื่อปี ค.ศ. 1961 และได้สร้างเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เมื่อปี ค.ศ. 1984 ส่วนถนนคนเดินจิงลี่ สมัยก่อนเคยเป็นโรงงานผลิตผ้าไหม ที่เกี่ยวกับเย็บปักถักร้อย ทอผ้า เย็บเสื้อผ้าของมณฑลเสฉวน ในสมัยนั้น ฮ่องเต้ เคยสั่งให้ข้าราชการมาควบคุมด้านการผลิตผ้าไหมของมณฑลเสฉวน ปัจจุบัน ที่นั่นทรุดโทรมไป มีการเก็บรักษาไว้บางส่วน เป็นสถานที่ประวัติศาตร์ เป็นถนนคนเดินที่ยังมีกลิ่นอายของอาคารบ้านเรือนแบบดั้งเดิม เรียงรายด้วยร้านค้าที่จำหน่ายของที่ระลึก สินค้าพื้นเมืองและขนมต่างๆ รวมทั้งของฝาก ของขาย จำนวนมาก และวัดเหวินซู หรือ วัดพระโพธิสัตว์มัญชูศรี เป็นวัดพุทธเก่าแก่ ที่คงความดั้งเดิมมากที่สุดในเฉิงตู เป็นศูนย์กลางชาวพุทธในมณฑลเสฉวน สร้างขึ้นสมัยราชวงศ์ถัง มีภาพเขียนกว่า 500 ชิ้น งานเขียนลายมือสำคัญ ได้ถูกเก็บไว้ที่นี่ รวมถึงความร่มรื่นภายในวัด
ไกด์ชาวยูนนาน กล่าวด้วยว่า เมืองเฉิงตู ได้พัฒนาไปรวดเร็วมาก บางส่วนเป็นเมืองเก่าที่มีคุณค่ายังคงเก็บรักษาไว้ ส่วนหนึ่งของเมืองที่เป็นว่างได้ถูกพัฒนาให้เป็นเมืองใหม่ ขณะนี้ เมืองเฉิงตู สร้างตามลักษณะแบบจีน สร้างตามวงแหวน มีตึกสัญลักษณ์ต่างๆ ตามนโยบายของรัฐบาลที่สร้างขึ้นใหม่ เน้นพัฒนาให้ประชาชนในเมืองเฉิงตูอยู่เย็นเป็นสุข เมื่อ 10 ปีที่แล้ว เมืองเฉิงตู มีรถยนต์ ประมาณ 7,000 กว่าคัน ปัจจุบัน มีมากกว่า 3 ล้านกว่าคัน เป็นเมืองที่มีรถเยอะเป็นอันดับที่ 3 ของจีน จึงต้องมีหลักการบริหารจัดการ คือ ครอบครัวหนึ่งไม่สามารถซื้อรถได้หลายคัน รถยนต์ที่วิ่งในตัวเมืองเฉิงตู ภายในวงแหวนที่ 3 จะต้องขับวันเว้นวัน นอกจาก เสาร์ อาทิตย์ รถเมล์ และแท็กซี่ ไม่ได้กำหนดไว้ เพื่อให้ประชาชนดำเนินชีวิตอย่างสะดวก อีกทั้งยังสร้างรถไฟใต้ดินขึ้นมาใหม่หลายสาย มีบริการรถเมล์ฟรีหลายสาย รถเมล์บางสาย จ่ายเพียง 1 หยวน รถเมล์เกรด เอ จ่าย 2 หยวน ตลอดสาย เพื่อบริการประชาชน
ไกด์ชาวยูนนาน กล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า หลักของการพัฒนาเมืองเฉิงตู รัฐบาลต้องการให้ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุขมากที่สุด ในขณะเดียวกัน ก็ยังต้องการนักท่องเที่ยวทั้งจากต่างประเทศและต่างจังหวัด เพื่อนำสิ่งที่ดีเข้ามา ซึ่งอาจเป็นแนวทางในการพัฒนาเมืองเฉิงตูต่อไปในอนาคต
 
6 ตุลาคม 2556 , 15:21 น. , อ่าน 1137  

 ข่าวโดย   กนกรัตน์ ปัญญา สวท. เชียงใหม่