ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย

  
     ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย มีผู้ให้ความสนใจใช้บริการสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับพันธบัตรและตราสารหนี้มากที่สุด ตั้งแต่เปิดให้บริการมา
นายวีรยุทธ เลิศพูนวิไลกุล ผู้บริหารทีม ส่วนคุ้มครองและให้ความรู้ผู้ใช้บริการทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ กล่าวว่า ส่วนคุ้มครองและให้ความรู้ผู้ใช้บริการทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ มีผลการดำเนินงานด้านการคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงินในไตรมาสที่ 3/2556 มีการให้ความรู้ ผ่านสื่อมวลชน กลุ่มผู้นำชุมชน สถานศึกษาและผู้ประกอบการ จำนวน 2,016 คน ผ่านงานโครงการ จำนวน 616 คน ให้คำปรึกษา รับเรื่องร้องเรียน จำนวน 3,841 ราย เป็นให้คำปรึกษาผ่านระบบ Call Center (1213) จำนวน 3,830 ราย ส่วนใหญ่สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับพันธบัตรและตราสารหนี้ จำนวน 3,404 ราย บริการทางการเงิน จำนวน 265 ราย รับเรื่องร้องเรียนทางการเงิน จำนวน 11 ราย ส่วนใหญ่เป็นเรื่อง Refinance จำนวน 7 ราย ส่วนการคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงินไตรมาสที่ 1-3/2556 มีการให้ความรู้ทางการเงิน จำนวน 6,794 คน ผ่านงานโครงการ จำนวน 1,425 คน ให้คำปรึกษาและรับรองเรื่องร้องเรียน จำนวน 5,464 ราย ให้คำปรึกษาผ่านระบบ Call Center(1213) จำนวน 5,421 ราย ส่วนใหญ่เป็นการสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับพันธบัตรและตราสารหนี้ จำนวน 4,531 ราย ด้านการรับเรื่องร้องเรียนทางการเงิน จำนวน 43 ราย ส่วนใหญ่เป็นเรื่อง Refinance จำนวน 23 ราย
ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดดำเนินการเมื่อวันศุกร์ที่ 13 มกราคม 2555 เพื่อบริการประชาชนในด้านการคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงินอย่างเป็นระบบสามารถแก้ไข้ปัญหา ป้องกันสิทธิ เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับบริการทางการเงินเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กับผู้ใช้บริการทางการเงินให้ดียิ่งขึ้น ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ ผู้สนใจสามารถติดต่อได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 1213 เปิดทำการตั้งแต่วันจันทร์-ศุกร์ ระหว่างเวลา 08.30-16.30 น.
 
1 พฤศจิกายน 2556 , 17:30 น. , อ่าน 1198  

 ข่าวโดย   กนกรัตน์-เจนรินทร์ สวท. เชียงใหม่