รายงานพิเศษ แนวทางป้องกันการปล่อยโคมควัน โคมไฟ ในงานยี่เป็งเชียงใหม่ ปี 2556

  
     รายงานพิเศษ จังหวัดเชียงใหม่ เร่งประชุมหาแนวทางป้องกันปัญหา อันอาจเกิดจากการปล่อยโคมควัน โคมไฟ ในงานยี่เป็งเชียงใหม่ ปี 2556
จากคำบอกเล่าของเจ้าหน้าที่วิทยุการบิน เกี่ยวกับ การแจ้งให้นักบินทราบถึงโคมลอย โคมไฟ ที่มักลอยเคว้งคว้าง ไร้ทิศทางอยู่ในอากาศ ภายหลังจากที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ นิยมปล่อยในช่วงเทศกาลลอยกระทง หรือ ยี่เป็ง เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาและเชื่อว่าจะปล่อยทุกข์โศกต่างๆ ให้หมดไป หลายปีที่ผ่านมา หลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ออกมาประชาสัมพันธ์ ล่วงหน้าเกี่ยวกับผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ได้แก่ ท่าอากาศยานเชียงใหม่ วิทยุการบิน การไฟฟ้า เพราะเกรงจะเกิดอันตราย และสร้างความเสียหายมหาศาล เสียภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวในระดับประเทศ
บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด ได้รับมอบหมายจากกระทรวงคมนาคม ให้กำหนดพื้นที่โซนนิ่ง ซึ่งมีพื้นที่ควบคุมมากกว่าเขตปลอดภัยการเดินอากาศ เนื่องจาก โคมลอย โคมไฟ เป็นวัตถุที่เคลื่อนที่ตามทิศทางของกระแสลม ไม่สามารถควบคุมในระยะรัศมีที่ใกล้ได้ จึงได้มีการแบ่งพื้นที่โซนนิ่ง 3 พื้นที่ รอบสนามบิน 18.5 กิโลเมตร อีกพื้นหนึ่งเป็นพื้นที่เฝ้าระวังพิเศษ ระดับ 2 พื้นที่สีเหลือง รอบสนามบิน 9 กิโลเมตร ซึ่งจะแคบลงมาอีก พื้นที่สุดท้ายสำคัญมาก เป็นแนวขึ้น-ลงของเครื่องบินหัวท้ายทางวิ่ง ทั้ง 2 ฝั่ง ด้านละ 18.5 กิโลเมตร โดยมีรัศมีจากเส้นกึ่งกลางแนวที่เส้นทางของเครื่องบินใช้ในการร่อนลง และ วิ่งขึ้นอีกข้างละ 4.5 กิโลเมตร สายการบินบางส่วนมีการยกเลิกเที่ยวบิน และปรับตารางเที่ยวบิน ระหว่างวันที่ 16-18 พฤศจิกายน 2556 ซึ่งตรงกับประเพณีลอยกระทงปีนี้ เครื่องบินจะบินลงก่อนเวลา 18.00 น. ส่วนโคมควัน สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร(สนข.) กระทรวงคมนาคม ขอความร่วมมือประชาชนให้ปล่อย เฉพาะวันที่ 17 พฤศจิกายน 2556 ช่วงเวลา 10.00-12.00 น. เท่านั้น โดยนายเกียรติศักดิ์ เรียนวัฒนา ผู้อำนวยการศูนย์การบินเชียงใหม่ เปิดเผยว่า เทศกาลลอยกระทงเป็นงานที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจ แต่ต้องปล่อยโคม แบบมีกติกา วิทยุการบินจำเป็นต้องกำหนดโซนนิ่ง 3 โซน เชิญผู้บริหารท้องถิ่นเข้ามาหารือกัน เพื่อจะได้ประชาสัมพันธ์ให้กับประชาชนทราบ ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์วัวหายล้อมคอก
ด้านนายโสภณ นิรมิตรมหาปัญญา ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการเครือข่ายเขต 1 ภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ การไฟฟ้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เทศกาลงานลอยกระทงทุกปี พื้นที่ในจังหวัดเชียงใหม่ จะมีการปล่อยโคมลอยจำนวนมาก และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจเกิดผลกระทบเวลาที่โคมไฟลอยขึ้นไปในอากาศ เผาไหม้ และตกลงมาบนสายไฟ หรือ บ้านเรือนประชาชน จนก่อให้เกิดไฟฟ้าดับ ทางหนึ่ง คือใช้โคมลอยที่ได้มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน มผช.808/2552 แทนโคมลอยรูปแบบเดิม ซึ่งมีลวดยึดไส้โคมลอยทุกขนาดยาวไม่เกิน 30 เซนติเมตร ไส้โคมไม่หยดและเผาไหม้หมดก่อนตก ไม่เกิดปัญหาอัคคีภัย จากการติดตามผลผลการใช้โคมลอย มาตรฐาน มผช. 808/2552 ในการจัดงาน สันทรายยี่เป็ง ที่ธุดงคสถานล้านนา ซึ่งเป็นงานที่ปล่อยโคมลอยจำนวนมากที่สุดในประเทศ ตั้งแต่ปี 2553-2555 ไม่พบเหตุการณ์ไฟฟ้าดับและอัคคีภัย อย่างไรก็ตาม ช่วงประเพณีลอยกระทงทุกปี การไฟฟ้า จะจัดเวรยามเตรียมไว้ หากเกิดโคมไฟตก ไฟไหม้ ต้องมีการตัดกระแสไฟฟ้า เพื่อไม่ให้เกิดอันตราย โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ เป็นเมืองใหญ่ หากไฟดับขยายวงกว้างและเป็นเวลานาน จะสร้างความเสียหายและโกลาหลมาก
ล่าสุด นายวิเชียร พุฒิวิญญู ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า หากเกิดปัญหาขึ้นเพราะโคมลอย หรือ โคมไฟ จะถือว่าเป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่มาก จึงขอเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนประชุมในเร็ววันนี้ เพื่อเป็นการป้องกัน และวางมาตรการต่างๆ ไม่ควรมีโคมไฟที่ไม่ได้มาตรฐานวางจำหน่าย ซึ่งอาจต้องใช้มาตรการทางกฎหมายร่วมด้วย
 
5 พฤศจิกายน 2556 , 15:48 น. , อ่าน 1191  

 ข่าวโดย   กนกรัตน์-เจนรินทร์ สวท. เชียงใหม่