กงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกาประจำจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมให้ความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในเชียงใหม่และภาคเหนือทุกด้าน

  
    กงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกาประจำจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมให้ความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในเชียงใหม่และภาคเหนือทุกด้าน โดยพบว่าชาวอเมิรกันพำนักระยะยาวในภาคเหนือกว่า 9 พันคนแล้ว
นายไมเคิล ฮีธ กงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกา เชียงใหม่ ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนในโอกาสมารับตำแหน่งใหม่ว่าจะสานต่องานที่กงสุลฯท่านเดิมทำมาแล้ว ทั้งการส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยกับสหรัฐอเมริกาและประเทศเพื่อน ด้านเศรษฐกิจ จะส่งเสริมนวัตกรรม และผู้ประกอบการ ในสัปดาห์หน้าจะจัดกิจกรรมต้อนรับผู้ประกอบการสากลเพื่อให้ผู้ที่สนใจมาพบปะพูดคุยปัญหา โอกาสในการเป็นผู้ประกอบการ สำหรับการลงทุนของผู้ประกอบการสัญชาติอเมริกัน ใหญ่ ๆในภาคเหนือคือ เป๊ปซี่ โค๊ก ฟริโตเลย์ แต่การลงทุนในอุตสาหกรรมขนาดใหญ่จะอยู่ที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลมากกว่า จังหวัดเชียงใหม่ยังมีธุรกิจใหญ่คือโรงถ่ายทำภาพยนตร์ ธุรกิจซอฟแวร์ ทั้งนี้ได้ร่วมกับจังหวัดเชียงใหม่ ส่วนราชการ ภาคธุรกิจและนักวิชาการจัดโครงการ Creative City ตั้งแต่ปี 2553 เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ ล่าสุดเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ได้เชิญผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จและมีความเชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมมาถ่ายทอดความรู้ให้ชาวเชียงใหม่ โดยผู้ประกอบการไทยได้เสนอแนวคิดให้จัดเทศกาลดนตรี ความสัมพันธ์ระหว่างไทย-สหรัฐอเมริกามีมายาวนาน 180 ปี โดยปีนี้ตลอดทั้งปีได้มีการเฉลิมฉลอง มาโดยตลอด ยังเหลือ กิจกรรมสุดท้ายคือนิทรรศการภาพถ่ายไทย-สหรัฐอเมริกา ซึ่งจัดที่จังหวัดเชียงใหม่แล้ว เดือนธันวาคม 2556 จะจัดที่จังหวัดลำปางและจังหวัดเชียงราย นอกจากนี้เชิญวิทยากรผู้เชี่ยวชาญชาวอเมริกันมาให้ความรู้เป็นระยะ และยังมีโครงการนำผู้นำไปดูงานที่สหรัฐอเมริกา มอบทุนการศึกษาโอกาสเด็กไทยไปศึกษาต่อที่สหรัฐอเมริกาด้วย ภาคเหนือและเชียงใหม่ ยังเป็นจุดหมายปลายทางที่ดึงดูดผู้คนและนักท่องเที่ยวชาวอเมริกันเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้คาดว่ามีชาวอเมริกันพำนักระยะยาวในภาคเหนือกว่า 9 พันคน จากการสอบถามทุกคนล้วนประทับใจในบริการและการให้ความช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย เช่นเดียวกัน สหรัฐอเมริกายินดีต้อนรับคนไทย ทั้งไปในเชิงธุรกิจ ท่องเที่ยว หรือเยี่ยมครอบครัว หรือไปศึกษาต่อ ส่วนปัญหาผู้ลี้ภัยสงครามจากพม่า นั้น สหรัฐอเมริกาเป็นผู้สนับสนุนรายใหญ่ที่ให้ทั้งเงินผ่านองค์กรไม่หวังผลกำไร จากการติดตามประเมินสถานการณ์ประสานความช่วยเหลือ ส่งเสริมการเดินหน้าโครงการตั้งถิ่นฐานใหม่ในประเทศที่สาม ที่ผ่านมาได้ช่วยผู้ลี้ภัยสงครามไปตั้งถิ่นฐานในประเทศที่สามแล้วกว่าหมื่นคน โดยให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ผู้อพยพลี้ภัยสงครามจากประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งเรื่องสุขภาพ ด้านกฎหมาย บริการสังคม ปากท้อง ที่อยู่อาศัย ร่วมกับองค์กรสนับสนุนเพื่อส่งเสริมสันติภาพที่ยั่งยืน ให้เกิดความปรองดอง และประชาธิปไตยในพม่า ปัญหาการค้ามนุษย์ ปัญหาแรงงาน
 
14 พฤศจิกายน 2556 , 17:03 น. , อ่าน 1247  

 ข่าวโดย   ธนวันต์ ชุมแสง สวท.เชียงใหม่