ชวนคนไทยร่วมชมดาวหางไอซอน 23 พฤศจิกายน นี้ ช่วงเช้ามืดทางทิศตะวันออกก่อนพระอาทิตย์ขึ้น

  
    สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ชวนคนไทยชมดาวหางไอซอน 23 พฤศจิกายนนี้ ซึ่งสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ช่วงเช้ามืดทางทิศตะวันออกก่อนพระอาทิตย์ขึ้น
ดร.ศรัณย์ โปษยะจินดา รองผู้อำนวยการ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ เปิดเผยว่า ดาวหางไอซอน เป็นก้อนน้ำแข็งสกปรกขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางคาดการณ์ไว้ 1-2 กิโลเมตร โคจรเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุด ในวันที่ 28 พฤศจิกายนโดยห่างเพียง 1.2 ล้านกิโลเมตรจากศูนย์กลางดวงอาทิตย์ ไอซอนเป็นดาวหางที่มีความสว่างที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา ในระยะแรกคาดว่าความสว่างอาจจะมากถึงแมกนิจูด -13.5 ต่อมาในเดือน สิงหาคม56 มีการประมาณค่าความสว่างใหม่ โดยคาดว่าช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนค่าความสว่างอยู่ที่แมกนิจูด 6 และต้นเดือนธันวาคมอยู่ที่แมกนิจูด -2 ซึ่งการวัดค่าความสว่างวัตถุท้องฟ้าใช้หน่วยแมกนิจูด (Magnitude) ค่ายิ่งต่ำยิ่งสว่างมาก ตาของมนุษย์สามารถมองเห็นวัตถุสว่างน้อยที่สุดประมาณแมกนิจูด 6 ดังนั้นค่า -13.5 จึงนับว่าสว่างจ้าเมื่อเทียบกับวัตถุอื่น ช่วงที่เหมาะสมที่สุดในการชมดาวหางไอซอน คือก่อนเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุด ในวันที่ 20-25 พฤศจิกายน 2556 และหลังเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุด ในวันที่ 8-15 ธันวาคม 2556 เวลาเช้ามืดทางทิศตะวันออกก่อนดวงอาทิตย์ขึ้น บริเวณกลุ่มดาวหญิงสาว อีกทั้งเมฆและอนุภาคฝุ่นบริเวณขอบฟ้าในช่วงฤดูหนาวจะไม่ขึ้นสูงมาก จึงน่าจะมีโอกาสได้ชมดาวหางไอซอนด้วยตาเปล่าได้มากขึ้น หรือหากใช้กล้องสองตาหรือกล้องโทรทรรศน์ช่วยในการสังเกตจะเห็นชัดเจนยิ่งขึ้น รองผู้อำนวยการ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ กล่าวในตอนท้ายว่าดาวหางเป็นเพียงปรากฏการณ์ธรรมชาติบนท้องฟ้าที่น่าสนใจและหาชมได้ยากเท่านั้น จะไม่เกิดผลกระทบใดๆ ต่อโลกทั้งสิ้น โดยสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ จะจัดกิจกรรม ตามล่าดาวหางไอซอน ณ จุดชมวิวดอยสุเทพ ซึ่งนอกจากดาวหางไอซอนแล้ว ยังมีดาวหางสว่างอีก 3 ดวง ที่อาจสังเกตเห็นได้ในคราวเดียวกัน คือ ดาวหางเลิฟจอย ดาวหางลีเนีย และดาวหางเองเค โดยได้จัดเตรียมกล้องโทรทรรศน์และอุปกรณ์ช่วยสังเกตการณ์ไว้จำนวนมากพร้อมผู้เชี่ยวชาญให้ความรู้การสังเกตวัตถุท้องฟ้า และความรู้เรื่องดาวหาง โดยสามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ฟรี ในเวลา 4.00-6.30 น.วันที่ 23 พฤศจิกายน 2556
 
19 พฤศจิกายน 2556 , 17:09 น. , อ่าน 1226  

 ข่าวโดย   ธนวันต์-เจนรินทร์ สวท.เชียงใหม่