ประเทศไทยติด 1 ใน 10 ประเทศที่จับสัตว์น้ำได้มากที่สุดในโลก ขณะที่พบว่าปัจจุบันประชากรสัตว์น้ำลดลงเรื่อย ๆ จากความเห็นแก่ตัวในการทำประมง

  
    ประเทศไทยติด 1 ใน 10 ประเทศที่จับสัตว์น้ำได้มากที่สุดในโลก ขณะที่พบว่าปัจจุบันประชากรสัตว์น้ำลดลงเรื่อย ๆ จากความเห็นแก่ตัวในการทำประมง จนทำให้ธรรมชาติผลิตไม่พอกับความต้องการ
ในเวทีเสวนาภาพรวมของปัญหาการผลิตสัตว์น้ำในปัจจุบัน มี นสพ.ดร.สุจินต์ ธรรมศาสตร์ รองกรรมการผู้จัดการบริหารด้านวิจัยและพัฒนาสัตว์น้ำ บริษัทเจริญโภคภัณฑ์ อาหาร จำกัด(มหาชน) นายวิโรจน์ ชินฝั่น ตัวแทนภาคเอกชนและ ดร.วารินทร์ ธนาสมหวัง ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการประมง กรมประมงร่วมเวที งานดังกล่าวเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่จัดในงานแม่โจ้ 80 ปี ฝากความดีไว้ในแผ่นดิน ดร.วารินทร์กล่าวว่า ประเทศไทยโชคดีที่มีทั้งทะเลและแหล่งน้ำจืด มีชายฝั่งยาวรวมทุกด้าน 2,815 กิโลเมตร เหมาะเป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำเค็ม มีลุ่มน้ำขนาดใหญ่ 25 ลุ่มน้ำ และลำน้ำย่อย 47 ลำน้ำ อ่างเก็บน้ำกว่า 40 แห่ง และหนองบึงกว่า 4 แสนไร่ ปัจจัยที่ส่งผลกระทบประกอบด้วย สิ่งแวดล้อมที่เสื่อมโทรม ปัญหาสุขภาวะและโรคระบาด ความปลอดภัยด้านอาหาร มีการใช้สารเคมีสูง ต้นทุนสูงขึ้น ทั้งอาหาร พลังงานและแรงงาน การพัฒนาสายพันธุ์คุณภาพยังมีน้อย ภัยพิบัติทางธรรมชาติ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการเปิดเสรีการลงทุนเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เป็นต้น โดยปรกติแล้วประเทศไทยจะสามารถจับสัตว์น้ำตามธรรมชาติได้มากกว่าที่เพาะเลี้ยงเอง แต่ผลผลิตลดลงอย่างต่อเนื่องและมีราคาแพงขึ้น จับปลาเกินขนาดที่ธรรมชาติจะผลิตทดแทน ใช้เครื่องมือผิดกฎหมาย ประเทศไทยติด 1 ใน 10 ของประเทศในโลกที่จับสัตว์ทะเลได้มากที่สุด โดยก่อนหน้านี้สามารถออกไปจับสัตว์ทะเลที่เขตน่านน้ำสากลได้ แต่ปัจจุบันมีการแบ่งเขตอย่างชัดเจน ส่งผลให้เรือประมงมีมากกว่าทรัพยากรที่มี ขณะที่ผลิตปลาน้ำจืดได้ 2-3 แสนตันต่อปี และประมงชายฝั่งที่เพาะเลี้ยงเองมีมูลค่าสูงถึง 6-7 พันล้านบาท
 
4 ธันวาคม 2556 , 15:32 น. , อ่าน 1150  

 ข่าวโดย   ธนวันต์-เจนรินทร์ สวท.เชียงใหม่