รายงานพิเศษ โรคกระดูกพรุน

  
     รายงานพิเศษ โรคกระดูกพรุน ภัยเงียบในตัว ที่ป้องกันได้
นายแพทย์ วรากร จริงจิตร อาจารย์ภาควิชาออร์โทปิดิกส์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยว่า โรคกระดูกพรุน คือ ภาวะที่ความหนาแน่นของกระดูกลดลง และโครงสร้างของกระดูกเสื่อมลง จึงทำให้กระดูกเปราะบาง มีโอกาสหักหรือยุบตัวได้ง่าย พบบ่อยในผู้สูงอายุหรือหญิงวัยหมดประจำเดือนโดยภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายที่สุด คือ กระดูกหัก บริเวณที่พบบ่อย ได้แก่ กระดูกสันหลัง สะโพก และข้อมือ กระดูกหักจะทำให้เกิดอาการปวดมากจนไม่สามารถใช้งานต่อได้ ต้องพักรักษาตัวเป็นเวลานานทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ เช่น ติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ ปอดอักเสบ แผลกดทับ ภาวะโรคหัวใจและหลอดเลือด เป็นเหตุให้สุขภาพแย่ลงอย่างรวดเร็ว อาจเป็นอันตรายต่อชีวิตได้ สำหรับปัจจัยเสี่ยง ได้แก่ ผู้สูงอายุ ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนหรือตัดรังไข่ออกทั้ง 2 ข้าง การกินอาหารที่มีแคลเซียมน้อย กรรมพันธุ์ มีคนในครอบครัวเป็นโรคนี้ เชื้อชาติ พบมากในคนผิวขาวหรือชาวเอเชีย การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์และกาแฟปริมาณมาก เป็นประจำ ขาดการออกกำลังกาย น้ำหนักตัวน้อย รูปร่างผอม โรคบางอย่าง เช่น เบาหวาน ขาดวิตามินดี โรคไทรอยด์ โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ และใช้ยาบางชนิด เช่น ยาสเตียรอยด์ ยากันชัก ยาขับปัสสาวะ
อาการของโรคกระดูกพรุน ระยะแรกมักไม่มีอาการ แต่เมื่อเป็นมากขึ้นอาจมีอาการปวดหลังเรื้อรัง หลังโก่งค่อม ความสูงลดลง กระดูกหักง่ายกว่าคนปกติแม้ไม่มีอุบัติเหตุที่รุนแรง ด้านการวินิจฉัย ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงและสงสัยว่าเป็นโรคกระดูกพรุนควรปรึกษาแพทย์ และตรวจวัดความหนาแน่นของกระดูกโดยใช้เครื่องวัดมวลกระดูกเพื่อการวินิจฉัยที่ถูกต้องการป้องกันโรคกระดูกพรุน ในคนปกติ หลังอายุ 40 ปี ความหนาแน่นของเนื้อกระดูกจะลดลง ดังนั้น จึงควรเสริมสร้างให้เนื้อกระดูกแข็งแรง ต้องกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ อาหารที่มีแคลเซียมสูง ได้แก่ นมและผลิตภัณฑ์จากนม กุ้งแห้ง กะปิ ปลาเล็กที่กินได้ทั้งก้าง งาดำ ถั่วต่างๆ เต้าหู้ ผักใบเขียวเช่น ผักโขม คะน้า ใบชะพลู ใบยอ ลดอาหารที่มีไขมันมาก เนื่องจากไขมันจะขัดขวางการดูดซึมแคลเซียม ออกกำลังกายอย่างถูกวิธี สม่ำเสมอ เหมาะสมกับสภาพร่างกาย เพศและวัย เช่น เดิน วิ่งเหยาะๆ รำมวยจีน เต้นรำ ควรงดสูบบุหรี่ งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และคาเฟอีน ไม่ควรซื้อยากินเอง เพราะยาบางชนิดทำให้การดูดซึมแคลเซียมลดลง เช่น ยารักษาไทรอยด์ ยาสเตียรอยด์ ยาขับปัสสาวะและตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี
สำหรับการรักษาด้วยยา ปัจจุบัน มียารักษาโรคกระดูกพรุน 3 กลุ่ม ได้แก่ ยาช่วยลดการทำลายกระดูก เช่น แคลเซียม บิสฟอตฟาเนต ฮอร์โมนแคลซิโตนิน ยาช่วยกระตุ้นการสร้างกระดูก เช่น ฮอร์โมนพาราไทรอยด์เทอริพาราไทด์ และยาที่ช่วยทั้งกระตุ้นการสร้างและลดการทำลายกระดูก เช่น สตรอนเทียมรานิเลต โดยการใช้ยาควรปรึกษาแพทย์อย่างเคร่งครัด
 
9 ธันวาคม 2556 , 12:11 น. , อ่าน 1235  

 ข่าวโดย   กนกรัตน์ ปัญญา สวท. เชียงใหม่