รายงานพิเศษ อำเภอกัลยาณิวัฒนา

  
     รายงานพิเศษ อำเภอกัลยาณิวัฒนา อำเภอห่างไกล ที่ไม่ไกลเกินพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะไปถึง
การเดินทางขึ้นไปยังอำเภอที่ 25 อำเภอล่าสุดของจังหวัดเชียงใหม่ ออกจากตัวเมืองเชียงใหม่กว่าร้อยกิโลเมตร ไปตามเส้นทางแยกแม่มาลัย อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ตรงขึ้นไปทางอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ก่อนถึงปายประมาณ 10 กิโลเมตร จะมีแยกซ้ายขึ้นไปอำเภอกัลยาณิวัฒนา ประมาณ 40 กิโลเมตร ทางโค้ง ลาดชัน ขรุขระ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมงนับจากตัวเมืองเชียงใหม่ แต่มีธรรมชาติ ป่าเขา ป่าสน แฝงความงดงามตลอดสองข้างทาง อำเภอกัลยาณิวัฒนา ก่อตั้งเป็นอำเภออย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี 2552 มีกำหนดเปิดที่ว่าการอำเภอใหม่ ในเดือนเมษายน 2557 โดยกระทรวงมหาดไทย แจ้งให้ทางอำเภอทราบว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จพระราชดำเนิน ทรงเป็นองค์ประธานเปิดที่ทำการ ยังความปลาบปลื้มให้กับราษฎรในพื้นที่ และต่างตั้งตารอรับเสด็จฯ
นายอดุลย์ ฮวกนิล นายอำเภอกัลยาณิวัฒนา เล่าให้ฟังว่า อำเภอกัลยาณิวัฒนามีประชากรกว่า 12,000 คน ใน 21 หมู่บ้าน ราษฎรส่วนใหญ่เป็นปะกากะญอ ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันกับป่า มีความเชื่อว่าที่ใดมีแหล่งน้ำ ที่นั่นจะมีเทพยดาอารักษ์คอยปกปักรักษา มีป่าสะดือ ตามความเชื่อว่า ทารกเกิดใหม่ จะมีการตัดสายสะดือไปผูกไว้กับต้นไม้ และต้องดูแลต้นไม้นั้น ให้เจริญเติบโต เพื่อชีวิตทารกคนนั้นจะเจริญเติบโตงอกงามไปด้วย มี ฮีโข่ เป็นผู้นำทางจิตวิญญาณ ที่ทุกคนต้องเคารพเชื่อฟัง หากจะตัดไม้ หรือทำพิธีอื่นใด คนที่นี่ทำการเกษตรเป็นหลัก อาศัยอยู่กับป่ามาหลายชั่วอายุคน การปลูกส่วนใหญ่ก็เพื่อพออยู่พอกิน ไม่มากมายถึงขั้นจะเอาไปขายได้ หรือหากจะขาย ก็ไม่พอจะขาย เพราะผลผลิตไม่มาก และไม่มีพ่อค้ากล้ามารับซื้อ เพราะอยู่ห่างไกล ลูกหลานที่นี่จบปริญญาตรีก็มาก แต่บางส่วนก็ลงไปทำงานในเมือง นานๆ กลับมาครั้งหนึ่ง และที่นี่ ไม่มีร้านคาราโอเกะ ร้านเกมส์ ไม่มีร้านเหล้า ไม่ใช่เพราะนายอำเภอสั่ง แต่เป็นจารีตของหมู่บ้าน เพราะร้านเหล่านี้ เชื่อว่าจะนำมาซึ่งความวุ่นวายต่างๆ
นายอำเภอกัลยาณิวัฒนา เล่าต่อว่า ข้อมูลจากกรมที่ดิน ระบุว่า อำเภอกัลยาณิวัฒนา มีพื้นที่ 404,000 ไร่ มีเอกสารสิทธิ์เพียง 304 แปลง จำนวน 1,224 ไร่ ที่เหลือเป็นพื้นที่ป่าทั้งหมด ตรงนี้จึงยังเป็นปัญหาที่กำลังพูดคุย ถกเถียงกัน เพราะคนอยู่มาก่อนป่า กลายเป็นคนบุกรุกป่า หรือ ป่าบุกรุกคน สิ่งนี้ต้องคิดและยังต้องมีการพูดคุยกับหลายฝ่ายอีกมาก เพราะปัญหานี้กระทบกับวิถีชีวิตคนที่นี่มาก นอกจากนี้ ยังมีปัญหาระบบสาธารณูปโภคที่เข้ามาไม่ถึงทุกหมู่บ้าน บางแห่งใช้ไฟฟ้าจากพลังงานน้ำ แสงอาทิตย์ ใช้ซักพักก็หมด มีผลต่อการเรียนการสอนของเด็ก ประปาก็ใช้ประปาภูเขา สัญญาณโทรศัพท์ อินเทอร์เน็ต ก็ไม่ดี หากมองว่า ทุกคนคือคนไทยเหมือนกัน จึงจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาสาธารณูปโภคพื้นฐานเหล่านี้ด้วย เพราะมีผลต่อการเรียนรู้ในห้องเรียนและนอกห้องเรียนของเด็ก ซึ่งบ่อยครั้งผู้ปกครองไม่เข้าใจ มองว่ามีคอมพิวเตอร์ แต่ทำไมครูไม่สอน ปัญหาคือ ไฟฟ้าไม่เพียงพอนั่นเอง
นายอำเภอกัลยาณิวัฒนา กล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า คนที่นี่ จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์มาก ด้วยตั้งอำเภอนี้ได้ก็เพราะพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทั้งยังมีโครงการหลวง มีศูนย์เกษตรพื้นที่สูงบ้านเสาแดงในพื้นที่ ซึ่งสามารถช่วยด้านอาชีพให้ราษฎรได้ และแนวพระราชดำริด้านเศรษฐกิจพอเพียง ยังถูกนำมาใช้เป็นหลักดำเนินชีวิตของราษฎรในหมู่บ้านนี้ เพื่อพออยู่ พอกินอย่างยั่งยืน
 
15 ธันวาคม 2556 , 17:18 น. , อ่าน 1209  

 ข่าวโดย   กนกรัตน์ ปัญญา สวท. เชียงใหม่