สารคดี จังหวัดกระบี่

  
     สารคดี จังหวัดกระบี่ เมืองทะเลสวย รวยเกาะ คนมีมิตรไมตรี
เสียงนายเดียว ทะเลลึก ชาวชุมชนโต๊ะบาหลิว พูดบางคำเป็นภาษาอุรักลาโว้ย ภาษาดั้งเดิมให้ฟัง ซึ่งหาฟังได้ยากแล้วในปัจจุบัน เพราะเมื่อมีนักท่องเที่ยวเข้ามา คนพื้นถิ่นก็หันไปพูดภาษาไทยกลาง และภาษาใต้เป็นหลัก ชาวชุมชนโต๊ะบาหลิวเปี่ยมไปด้วยมิตรไมตรี มีวิถีชีวิตที่เรียบง่ายแบบชาวเล ในหมู่บ้านมีไม่กี่สิบหลังคาเรือน มีศาลเจ้าโต๊ะบาหลิวข้างในหมู่บ้าน ไว้เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ ที่นี่ มีปูก้ามดาบ สีสันสวยงาม อาชีพชาวเล ทำให้คนที่นี่มีกรรมวิธีในการหา กุ้ง หอย ปู ปลา ที่สืบทอดมายาวนาน ซึ่งชุมชนโต๊ะบาหลิว อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา และในหมู่เกาะลันตานั้น ยังมีเกาะรอกนอกและเกาะรอกใน ซึ่งมีน้ำทะเลที่ใสบริสุทธิ์ ตั้งอยู่ห่างกันเพียง 100 เมตร ไม่มีที่พัก หากต้องการพักต้องกางเต็นท์นอนเท่านั้น โดยเกาะรอกนอก มีชายหาดจอดเรือแวะพักผ่อนได้ แต่เกาะรอกในไม่มีชายหาด แต่เหมาะกับกิจกรรมดำน้ำดูปะการัง ปลาการ์ตูน และสัตว์น้ำอื่นๆ เนื่องจาก มีน้ำทะเลที่ใส สีเขียวชอุ่ม นักท่องเที่ยวจึงนิยมลงจากเรือเพื่อดำน้ำกันที่นี่ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวต่างชาตินิยมมาที่นี่มาก เพราะทะเลสวย สงบ เหมาะแก่การพักผ่อน เมื่อดำน้ำกันจนเหนื่อยแล้ว ช่วงก่อนค่ำ ยังสามารถไปชมวิวพระอาทิตย์ตกดิน ณ แหลมโตนด ที่ปลายสุดของเกาะลันตา คือ ที่ทำการอุทยานแห่งชาติเกาะลันตา ซึ่งมีหาดทรายสวยงามอยู่ทางด้านหลังเกาะ และมีเกาะเล็กเกาะน้อยอยู่ใกล้เคียง อยู่ปลายสุดของเกาะลันตาใหญ่ มีลักษณะเป็นที่ราบรูปสามเหลี่ยมปลายด้านหนึ่งยื่นออกไปในทะเล มีต้นตาลสูงเด่น อีกด้านหนึ่งเป็นเขาสูงชันที่ปกคลุมด้วยป่าดงดิบปลายแหลมโตนด มีประภาคารเป็นสัญลักษณ์ของเกาะลันตา บริเวณนี้ มีบ้านพัก สถานที่กางเต็นท์ไว้ให้บริการนักท่องเที่ยวด้วย ในวันถัดมา นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปยังชุมชนบ้านทุ่งหยีเพ็ง ชุมชนที่อยู่ริมชายฝั่งทะเลด้านตะวันออก มีต้นไม้นานาพันธุ์ มีสัตว์น้ำ เช่น หอยตาแดง หอยแครง ปูดำ มีปลาขนาดเล็กมากมาย ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นคนดั้งเดิมที่เกาะลันตา นับถือศาสนาอิสลาม ปัจจุบันทำอาชีพประมงพื้นบ้าน ทำสวนยางพารา รับจ้าง และมีการท่องเที่ยวเป็นอาชีพเสริม
นายสุริยัน ณรงค์กูล นายอำเภอเกาะลันตา เล่าว่า อำเภอเกาะลันตา มี 53 เกาะ ชายฝั่งด้านตะวันตกจะมีชายหาดและเกาะ เหมาะกับการดำน้ำ ส่วนชายฝั่งด้านทิศตะวันออก มีเกาะประมาณ 20 เกาะ มีป่าชายเลน มีเกาะสภาพน้ำตื้น มีถ้ำต่างๆ มีแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำเพื่อขยายพันธุ์ ในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวจากยุโรป เช่น สวีเดน เยอรมัน นอร์เวย์ กลุ่มสแกนดิเนเวีย เข้ามาท่องเที่ยวที่เกาะลันตาจำนวนมาก ปีที่ผ่านมามีถึง 4 แสนคน ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบธรรมชาติ จึงต้องปลูกจิตสำนึกให้กับคนในพื้นที่รักษาธรรมชาติไว้ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาชมวิถีชีวิตคนพื้นถิ่น เช่น มีเครือข่ายกลุ่มกะปิทุ่งหยีเพ็ง กลุ่มท่องเที่ยวพายเรือแคนู มีวิถีชีวิตด้านการเกษตร ทำนา และปลูกพืชผักต่างๆ เกาะลันตา มีประชากร 30,000 คน มี 4 ชาติพันธุ์ มุสลิมกว่าร้อยละ 90 มีคนจีนย่านเมืองเก่าที่เคยมีการค้าขายทางทะเลมาแต่อดีต มีไทยพุทธ มีวัดอยู่ในพื้นที่ 1 วัด 2 สำนักสงฆ์ และมีชาวเลกว่าพันคน ผสมผสานกันเป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว
สำหรับนักท่องเที่ยว ที่ต้องการท่องเที่ยวไม่ไกลตัวเมืองกระบี่มากนัก ต้องเดินทางไปที่สระมรกตและน้ำตกร้อน ซึ่งสระมรกต เป็นธารน้ำอุ่น ในผืนป่าราบต่ำภาคใต้ ความร้อน 30-50 องศาเซลเซียส สีเขียวอมฟ้าใส อยู่กลางป่า ระยะทางในการเดินประมาณ 1 กิโลเมตร เหนือขึ้นไป 600 เมตร จะมีบ่อน้ำผุด สีฟ้าสะท้อนแสงอาทิตย์ มีน้ำผุดใต้ผิวดิน ตรงนี้ ลงเล่นน้ำไม่ได้เช่นสระมรกต เพราะมีโคลนดูด นักท่องเที่ยวจึงแค่ถ่ายรูปและชมความงดงามอยู่ในระยะที่เหมาะสมเท่านั้น จากนั้น ก็สามารถแวะน้ำตกร้อน ซึ่งอยู่ทางกลับเข้าเมือง สามารถแช่ตัว แช่เท้า เพื่อสุขภาพได้ อุณหภูมิความร้อนอยู่ที่ 40-42 องศาเซลเซียส นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวยังสามารถนั่งเรือชมเขาขนาบน้ำ ที่มีภูเขาหินปูน 2 ข้าง ตั้งตระหง่านอยู่คนละฝั่ง แวดล้อมไปด้วยต้นไม้โกงกาง เป็นป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์ เป็นจุดที่พบปูดำมากที่สุด สามารถนั่งเรือหัวโทง ซึ่งเป็นเรือประมงแบบท้องถิ่นในภาคใต้ของประเทศไทย ชมธรรมชาติโดยรอบ และต่อขึ้นไปยังบ้านเกาะกลาง ชมวิถีชีวิตในหมู่บ้านนั้น มีพื้นที่ปลูกข้าวสังข์หยด ข้าวพื้นถิ่นของทางภาคใต้ ได้เห็นนกกรงหัวจุก ที่เลี้ยงกันไว้เกือบทุกบ้าน และได้เห็นการทำผ้าปาเต๊ะ ที่บ้านเกาะกลาง ด้วย
การเดินทางทั้งหมด ใช้เวลาประมาณ 3-4 วัน เพื่อท่องเที่ยวตามจุดต่างๆ ทั้งจังหวัดกระบี่ ยังมีเกาะ มีถ้ำ มีทะเลที่สวยงามอีกหลายแห่ง กระบี่เป็นเมืองสงบ เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่รักการเดินทางแบบเป็นส่วนตัว สงบ ไม่ชอบผู้คนพลุกพล่าน สิ่งสำคัญ คือ มิตรไมตรีของคนพื้นถิ่น คนที่กระบี่ มีอัธยาศัยดี มีการบริการนักท่องเที่ยวที่ดี จึงไม่แปลก ที่หลายคนเลือกจะกลับไปพักผ่อนที่กระบี่อีกครั้งแล้วครั้งเล่า เพราะจังหวัดแห่งนี้ มีความสวยงามตามคำขวัญที่ว่า กระบี่แหล่งถ่านหิน ถิ่นหอยเก่า /เขาตระหง่าน ธารสวย /รวยเกาะ เพาะปลูกปาล์ม /งามหาดทราย ใต้ทะเลสวยสด /มรกตอันดามัน สวรรค์เกาะพีพี
 
22 ธันวาคม 2556 , 14:15 น. , อ่าน 1232  

 ข่าวโดย   กนกรัตน์ ปัญญา สวท. เชียงใหม่