มีโอกาสร้อยละ 50 ที่จะได้เห็นแพนด้าน้อย หลังอัลตร้าซาวด์โดยเครื่องมือระดับสูง ยังไม่พบจุดเต้นของหัวใจ

  
    ผู้เชี่ยวชาญจากจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย พร้อมทีมงานผสมพันธุ์แพนด้า ระบุมีโอกาสร้อยละ 50 ที่จะได้เห็นแพนด้าน้อย หลังอัลตร้าซาวด์โดยเครื่องมือระดับสูง ยังไม่พบจุดเต้นของหัวใจ
นสพ.ดร.บริพัตร ศิริอรุณรัตน์ หัวหน้าคณะทำงานโครงการวิจัยและจัดแสดงหมีแพนด้าในประเทศไทย พร้อมด้วย รศ.นสพ.ดร.สุดสรร ศิริไวทยพงศ์อาจารย์ประจำภาควิชาสูติศาสตร์ เธนุเวชวิทยา และวิทยาการสืบพันธุ์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย และ สพ.ญ.ดร.อัมพิกา ทองภักดี รักษาการหัวหน้าฝ่ายวิจัย สำนักอนุรักษ์ วิจัยและการศึกษา สวนสัตว์เชียงใหม่ แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ล่าสุดระยะครรภ์ของแพนด้าหลินฮุ่ย 107 วัน ล่าสุดได้นำเครื่องอัลตร้าซาวด์ของ บริษัท GE Health Care โดยการสนับสนุนของบริษัทไลฟวิชั่น จำกัด ทำการอัลตร้าซาวด์หลินฮุ่ย ล่าสุดพบตัวอ่อนขนาดกว้าง ยาวประมาณ 9x3 เซนติเมตร อยู่ในถุงหุ้มตัวอ่อน พบลักษณะของหัวและลำตัว ช่องอก อย่างชัดเจน แสดงว่าหลินฮุ่ยตั้งท้องจริง ตามที่ตรวจพบมีการพัฒนาการของตัวอ่อนระยะหนึ่ง อย่างไรก็ตามจากการตรวจไม่พบการเต้นของหัวใจ ทั้งนี้อาจจะเป็นเพราะตัวอ่อนเล็กเกินไป หรือระยะการตั้งท้องของแพนด้ามีระยะเวลาห่างคือตั้งแต่ 87 ถึง 197 วัน จึงยังไม่เห็นสัญญาณชีพที่เคลื่อนไหวได้ หรืออาจจะพัฒนาถึงจุดหนึ่งแล้วหยุดการพัฒนาประมาณหนึ่งสัปดาห์แล้ว เมื่อไม่พัฒนามาจากหลายสาเหตุ อาจจะมีการเสียชีวิตของตัวอ่อน ความไม่สมบูรณ์ของตัวอ่อน เนื่องจากหลินฮุ่ย ผสมเทียมท้องนอกฤดูกาล ต่างจากแพนด้าตัวอื่น ตัวอ่อนยังมีการสะสมของแคลเซียม สร้างกระดูกชัดเจน ล่าสุดวัดฮอร์โมนโปรเจสเตอร์โรนได้ 105 นาโนกรัมต่อมิลลิกรัมครีเอทินีน ลดลง อย่างไรก็ตามต้องรอให้ลดลงจนถึงต่ำสุด ฮอร์โมนจะลดลง จนกว่าจะถึงต่ำสุด เมื่อถึงกรณีนั้นก็เกิดขึ้นได้ กรณีตั้งท้องต่อ จนถึงลูกตาย หรือคลอด ดังนั้นความหวังที่จะมีแพนด้าน้อยมีร้อยละ 50
ในระยะต่อไป จะอัลตร้าซาวด์หลินฮุ่ยสัปดาห์ละครั้ง เพื่อดูความเปลี่ยนแปลง และยังคงดูแลอย่างเข้มข้นตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อให้หลินฮุ่ยได้พัฒนาการตั้งครรภ์โดยไม่เครียด
 
14 มกราคม 2557 , 16:48 น. , อ่าน 1201  

 ข่าวโดย   ธนวันต์-เจนจิรา สวท.เชียงใหม่