กฎหมายป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมองค์กรระหว่างประเทศ ประกาศใช้แล้ว และได้ออกหมายจับนักค้าระหว่างประเทศแล้วหลายราย

  
     พื้นที่ตำรวจภูธรภาค 5 มีคดียาเสพติดมากที่สุด ล่าสุดกฎหมายป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมองค์กรระหว่างประเทศ ประกาศใช้แล้ว และได้ออกหมายจับนักค้าระหว่างประเทศแล้วหลายราย
พลตำรวจโทมาโนช ไกรวงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการการยุติธรรมและการตำรวจ วุฒิสภา พร้อมด้วยพลตำรวจเอกวงกต มณีรินทร์ และพลตำรวจเอกจงรัก จุฑานนท์ รองประธานคณะกรรมาธิการ เดินทางมาศึกษาดูงานและรับทราบสถานการณ์ยาเสพติดบริเวณแนวชายแดน และติดตามความคืบหน้าการดำเนินคดีอาญาระหว่างประเทศ กับผู้กระทำความผิดคดียาเสพติด และเรื่องอื่นที่เกี่ยวข้อง ที่ห้องประชุมพุทธประทานยศบารมี สำนักงานตำรวจภูธรภาค 5 โดยมีพลตำรวจตรีชำนาญ รวดเร็ว รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมให้ข้อมูล ซึ่งคณะกรรมาธิการได้กำชับและให้ข้อชี้แนะสำหรับแนวทางปฏิบัติที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานในห้วงต่อไปแก่ตำรวจ ทั้งนี้กฎหมายป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมองค์กรระหว่างประเทศ ประกาศใช้แล้ว คณะกรรมาธิการฯ มีหน้าที่ตรวจสอบการทำงานภาครัฐ จึงได้จัดสัมมนาตำรวจโดยเฉพาะภาคที่ติดชายแดนที่มีการทำความผิดกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งข้อจำกัดของการทำงานของเจ้าหน้าที่ก่อนหน้านี้การดำเนินคดียาเสพติด แม้จะทราบว่ามีนักค้าอยู่ต่างประเทศ แต่ไม่สามารถเข้าไปจัดการได้ แต่กฎหมายนี้สามารถขยายผลออกหมายจับผู้กระทำผิดในต่างประเทศมาดำเนินคดีในประเทศไทยให้ได้ โดยประสานกับสำนักงานอัยการระหว่างประเทศ ที่จะประสานกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อทำงานร่วมกัน โดยส่วนใหญ่ภาคเหนือจะเป็นคดียาเสพติด และได้ออกหมายจับนักค้าในต่างประเทศแล้วหลายราย โดยเฉพาะพันโทยี่เซ นักค้ารายสำคัญ
นอกจากนี้ยังมีคดีที่ทำความผิดอื่น ๆ เช่นอาชญากรรมข้ามชาติ ในเมืองท่องเที่ยวใหญ่ ๆ เช่น พัทยา ภูเก็ต ส่วนภาคเหนือจะเป็นคดียาเสพติดมากที่สุด โดยเฉพาะพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 5 เนื่องจากมีพื้นที่ติดกับชายแดนประเทศเพื่อนบ้านที่มีการผลิตยาเสพติด
 
14 กุมภาพันธ์ 2557 , 17:17 น. , อ่าน 1216  

 ข่าวโดย   ธนวันต์-นันทคม สวท.เชียงใหม่