รายงานพิเศษ สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ เพาะเลี้ยงปลาสเตอร์เจียน เพื่อผลิตไข่ปลาคาร์เวียร์

  
    รายงานพิเศษ สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ เพาะเลี้ยงปลาสเตอร์เจียน เพื่อผลิตไข่ปลาคาร์เวียร์สำเร็จแห่งแรกของประเทศไทย ในการศึกษาดูงานสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ โดยสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่ นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ คณะได้ไปดูงานการเลี้ยงปลาสเตอร์เจียน ซึ่งเป็นปลากระดูกอ่อน กินเนื้อสัตว์เป็นอาหาร ที่สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ทดลองเพาะเลี้ยงโดยให้อาหารเม็ด นาย สานนท์ น้อยชื่น นักวิชาการประมง สถานีวิจัยประมงบนบนพื้นทีสูงดอยอินทนนท์เล่าให้ฟังว่า ปลาสเตอร์เจียนโตเต็มที่อายุ 7 ปีขึ้นไป จึงจะสามารถนำไปขายพร้อมทั้งไข่และเนื้อปลา ไข่ปลาสเตอร์เจียนจะนำไปทำไข่ปลาคาร์เวียร์เพื่อจำหน่ายกิโลกรัมละกว่า 2 แสนบาท ส่วนเนื้อขายได้กิโลกรัมละ 600 บาท เป็นที่ต้องการของตลาด ผลิตไม่พอขาย ปลาตัวเมียจะให้ไข่ 1 ปี เว้นสองปี แม่ปลาจะมีไข่ร้อยละ 15 ของนำหนักตัว ส่วนตัวผู้จะนำไปชำแหละขายกิโลกรัมละ 600-700 บาท ปลาสเตอร์เจียนเป็นปลาโบราณสายพันธุ์จากเยอรมันและรัสเซีย พันธุ์ที่นำมาเพาะเลี้ยงที่สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์สายพันธุ์ไซบีเรียนสเตอร์เจียน ต้องอยู่ในน้ำอุณหภูมิไม่เกิน 25 องศาเซลเซียส โดยได้ใช้น้ำจากน้ำตกสิริภูมิซึ่งมีน้ำตลอดทั้งปี ขณะนี้ทดลองเลี้ยง 500-600 ตัว นับเป็นแห่งเดียวของประเทศที่เลี้ยงปลาชนิดนี้เพื่อจำหน่าย ซึ่งต้องใช้ความละเอียดอ่อนและต้องดูแลตลอด 24 ชั่วโมง ไข่ปลาคาร์เวีย คือวิธีถนอมอาหารไข่ปลาสเตอร์เจียนเพื่อให้เก็บไว้ได้นาน นิยมบริโภคมากในรัสเซีย ยุโรปและอเมริกา ประเทศอิตาลีเป็นประเทศแรกที่ผลิตไข่ปลาคาร์เวียร์ นับเป็นอาหารราคาแพงที่สุดชนิดหนึ่งของโลก นอกจากสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ อำเภอจอมทองแล้ว ยังมีการทดลองเลี้ยงปลาสเตอร์เจียนในโครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ดอยคำ อำเภอเวียงแหง และศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดเชียงใหม่ อำเภอสันทราย
 
10 มีนาคม 2557 , 15:25 น. , อ่าน 1319  

 ข่าวโดย   ธนวันต์ ชุมแสง สวท. เชียงใหม่