เชียงใหม่-ทอ.ทดลองบินโปรยน้ำสลายหมอกควันวันนี้

  
    กองทัพอากาศเตรียมนำเครื่องบิน บีที 67 บรรทุกน้ำขึ้นบินโปรยละอองน้ำสลายหมอกควันเริ่มบ่ายวันนี้ ก่อนที่จะเดินหน้าต่อเนื่อง 1 สัปดาห์เพื่อประเมินผลสำหรับวางแนวทางทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนอีกครั้ง เผยแต่ละเที่ยวบินสามารถโปรยน้ำในพื้นที่กว่า 3 หมื่นตารางเมตร ทั้งนี้จังหวัดเชียงใหม่ยังต้องเฝ้าระวังสถานการณ์หมอกควันต่อไปอีกเนื่องจากอากาศจะกลับมาร้อนอีกครั้ง
ที่ห้องประชุมทาอากาศยานมหารกองบิน 41 เชียงใหม่ นายชนะ แพ่งพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่พร้อมด้วยนาวาอากาศเอกสุนทร ผ่องอำไพ เสนาธิการกองบิน 41 ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ และหัวหน้าหน่วยงานราชการ ร่วมกันวางแผนการขึ้นบินทดลองแก้ไขปัญหาหมอกควัน ของกองทัพอากาศที่สนับสนุนเครื่องบิน ลำเลียงชนิด บีที 67 ที่เพิ่งถูกส่งมาประจำการที่กองบิน 41 หลังจากที่ก่อนหน้านี้ต้องไปช่วยภารกิจแก้ไขปัญหาภัยแล้วที่ภาคใต้ และล่าสุดบินไปช่วยดับไฟไหม้กองขยะที่สมุทรปราการ ขณะนี้พื้นที่ภาคเหนือประสบปัญหาหมอกควัน แม้ว่า 2 วันที่ผ่านมาจะเกิดฝนตกทำให้ปัญหาหมอกควันคลี่คลายลงไปอย่างรวดเร็ว แต่พบว่าขณะนี้ฝนเริ่มหมด และสภาพอากาศจะกลับมาร้อนแล้งขึ้นอีกครั้ง ประกอบกับมีรายงานว่าทางอำเภอตอนใต้ของจังหวัดเชียงใหม่ เข้าสู่ในช่วงที่เกษตรกรเตรียมที่จะทำการเผาพื้นที่การเกษตรโดยเฉพาะไร่ข้าวโพดเพื่อปรับพื้นที่เตรียมการเกษตรในฤดูต่อไป ยิ่งทำให้น่าเป็นห่วงเรื่องของสถานการณ์หมอกควันจะกลับมาอีกครั้ง จึงได้มีการวางแผนงานร่วมกันทำการทดลองบินแก้ไขปัญหาหมอกควันตลอดช่วงสัปดาห์นี้เครื่องบินชนิด บีที 67 จะบรรทุกน้ำเที่ยวละ 800 แกลลอน ขึ้นบินในระดับความสูงที่ 2 พันฟุต เพื่อโปรยน้ำ เป็นละอองฝอยลักษณะเหมือนกับฝนตก เพื่อช่วงแก้ไขปัญหาหมอกควันในอากาศ โดยใช้พื้นที่เป้าหมายในตัวเมืองเชียงใหม่ เฉลี่ยวันละ 2-4 เที่ยวบินโดยแต่ละเที่ยวจะสามารถโปรยน้ำได้ประมาณ 3 หมื่นตารางเมตร ซึ่งจะมีการประเมินผลตลอด 1 สัปดาห์ต่อจากนี้ ก่อนที่จะมีการสรุป วางแผนการทำงานโดยเครื่องบิน บี 67 จะประจำการเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาหมอกควันที่กองบิน 41 นี้ต่อไปจนกว่าจะเสร็จสิ้นช่วงวิกฤติ และหากสถานการณ์มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นก็พร้อมที่จะขอการสนับสนุนเครื่องบินจากกองทัพอากาศมาเพิ่มเติมได้
ทางด้านรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ยังฝากย้ำเตือนประาชนในทุกพื้นที่ว่าขณะนี้ได้ใช้มาตรการทางกฏหมายเข้ามาควบคุมการเผา โดยจะห้ามเผาทุกชนิดในที่โล่งรวมทั้งเรื่องของการเผาพื้นที่การเกษตรด้วยก็ตามก็จะมีความผิด โดยยังมีการตั้งรางวัลนำจับสำหรับผู้แจ้งเบาะแสจนนำไปสู่การจับกุมผู้ที่ลักลอบเผารายละ 5 พันบาท และฝากขอความร่วมมืองดเผาทุกชนิด เนื่องจากยังไม่พ้นช่วงวิกฤติที่ปัญหาหมอกควันจะกลับมาสะสมจนวิกฤติหนักได้ทุกเมื่อ
 
25 มีนาคม 2557 , 13:26 น. , อ่าน 1202  

 ข่าวโดย   ธนวันต์ - วชิรวิทย์ สวท. เชียงใหม่