สคร.10 เชียงใหม่ เตือนประชาชนระวังอันตรายจากแสงแดด

  
     สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 10 เชียงใหม่ เตือนประชาชนระวังอันตรายจากแสงแดด ในช่วงฤดูร้อน ที่เกิดจากร่างกายมีอุณหภูมิสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส ร่วมกับภาวะขาดน้ำ
นายแพทย์วิทยา หลิวเสรี ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 10 เชียงใหม่ กล่าวว่า ในช่วงเดือนเมษายนทุกปี สภาพอากาศมีอุณหภูมิสูงขึ้น เป็นช่วงที่มีอากาศร้อนมาก อาจก่อให้เกิดโรคที่มากับความร้อน โดยเฉพาะภาวะโรคจากแดดประกอบด้วย 4 โรคหลัก ได้แก่ โรคลมแดด หรือ ฮีทสโตรก โรคเพลียแดด โรคตะคริวแดดและผิวหนังไหม้แดด โดยโรคดังกล่าวล้วนเกิดจากการได้รับความร้อนมากจนเกินไป ประกอบกับเกิดภาวะขาดน้ำ ซึ่งแต่ละโรคจะเกิดในภาวะที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ และการอยู่ท่ามกลางแสงแดดนานแค่ไหน แต่ภาวะที่รุนแรงที่สุดและเสี่ยงเสียชีวิตคือ โรคลมแดด
ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 10 เชียงใหม่ กล่าวด้วยว่า โรคลมแดด เป็นโรคที่เกิดจากการที่ร่างกายได้รับความร้อนมากเกินไปจนทำให้ความร้อนในร่างกายสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส อาการที่พบเบื้องต้น ได้แก่ เมื่อยล้า อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน วิตกกังวล สับสน ปวดศีรษะ ความดันต่ำ หน้ามืด ไวต่อสิ่งเร้าง่าย และยังอาจมีผลต่อระบบไหลเวียน ซึ่งอาจมีอาการเพิ่มเติมอีก คือ ภาวะขาดเหงื่อ เพ้อ ชัก ไม่รู้สึกตัว หายใจเร็วหัวใจเต้นผิดจังหวะ ช็อก ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีอาจทำให้หมดสติและเสียชีวิตได้ บุคคลที่มีความเสี่ยงว่าจะเกิดโรคลมแดด ได้แก่ ทหารที่เข้ารับการฝึกโดยปราศจากการเตรียมสภาพร่างกายให้พร้อมในการเผชิญสภาพอากาศร้อน รวมถึงบรรดานักกีฬาสมัครเล่นและผู้ที่ทำงานในสภาพอากาศที่ร้อนชื้นรวมทั้งสูงอายุ เด็ก คนอดนอน คนดื่มสุราจัด และผู้ที่มีความดันโลหิตสูง สำหรับวิธีป้องกันโรคลมแดด ควรดื่มน้ำ 1-2 แก้ว ก่อนออกจากบ้าน หากอยู่ในสภาพอากาศร้อนดื่มน้ำให้ได้ชั่วโมงละ 1 ลิตร แม้ทำงานในร่มก็ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว สวมเสื้อผ้าที่มีสีอ่อน ไม่หนา และระบายความร้อนได้ดี หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดด ไม่ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิด หลีกเลี่ยงการกินยาแก้แพ้ แก้น้ำมูก และควรให้การดูแลเด็ก คนชราเป็นพิเศษ หากประชาชนมีข้อสงสัย หรือมีอาการดังที่กล่าวมาข้างต้น ขอให้รีบไปพบแพทย์ที่สถานพยาบาลใกล้บ้าน หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422
 
8 เมษายน 2557 , 14:43 น. , อ่าน 1156  

 ข่าวโดย   กนกรัตน์ ปัญญา สวท. เชียงใหม่