รายงานพิเศษ ประเพณีเลี้ยงดง

  
     รายงานพิเศษ ประเพณีเลี้ยงดง ประเพณีที่สืบทอดมาหลายร้อยปี บอกเล่าเรื่องราวของคนกับป่า ที่พึ่งพาอาศัยกัน อยู่ร่วมกันมายาวนาน
ในอดีต มีตำนานเล่าขานว่า มียักษ์สามตน พ่อ แม่ ลูก จับเอาชาวเมืองไปเป็นอาหารทุกวัน ชาวเมืองบางกลุ่มต้องพากันอพยพหนีไปอยู่ที่อื่น เนื่องจากกลัวยักษ์จับเป็นอาหาร ในสมัยนั้น พระพุทธเจ้าได้ออกเทศนาธรรม สั่งสอนผู้คนให้พ้นจากความทุกข์ ในตอนนั้น มีชาวลัวะสี่คน หนียักษ์มาพบพระพุทธเจ้า เกิดความความเลื่อมใส จึงขอบวชเป็นพระภิกษุ ขณะนั้นทวยเทพต่างพากันชื่นชมยินดี บันดาลให้ห่าฝนเงิน ห่าฝนคำ โปรยปรายลงมา พระพุทธเจ้าได้ทำนายว่า ต่อไปในอนาคตเมืองที่ชาวลัวะอยู่นี้จะชื่อว่า “เมืองชีใหม่” ปัจจุบันเพี้ยนเป็น “เมืองเชียงใหม่” และการที่ฝนเงิน ฝนคำ โปรยปรายลงมาและไหลเข้าถ้ำใต้ดอยที่พระพุทธเจ้าประทับอยู่ พระองค์ทำนายว่า ต่อไปดอยแห่งนี้จะมีชื่อว่าดอยคำ ซึ่งก็คือ ดอยคำในปัจจุบัน พระพุทธเจ้าได้ตรัสถามพระลัวะทั้งสี่ว่า เพราะเหตุใดบ้านเมืองจึงมีสภาพเหมือนบ้านร้างเมืองร้าง พระลัวะทั้งสี่กราบทูลว่า ที่บ้านเมืองเป็นเช่นนี้เพราะยักษ์สามตน พ่อ แม่ ลูก จับผู้คนไปเป็นอาหาร พระพุทธเจ้าจึงรับสั่งให้พระอานนท์ไปตามยักษ์สามตนมาพบ และแสดงอภินิหารให้เห็น จนเกิดความเลื่อมใส พระพุทธเจ้าได้ให้ยักษ์สมาทานศีลห้า ซึ่งมีห้ามฆ่าสัตว์ อยู่ด้วย ต่อมา ยักษ์นึกได้ว่า ตนเป็นยักษ์ ยังชีพด้วยการกินเนื้อเป็นอาหาร หากไม่ได้กินเนื้อสัตว์ก็ไม่รู้จะกินอะไร จึงขอกินเนื้อควายวันละตัว หรือ เดือนละตัว ซึ่งพระพุทธเจ้าก็ไม่อนุญาต แม้แต่ขอกินควายปีละตัว พระพุทธเจ้าก็ไม่ทรงตอบ สุดท้ายยักษ์ขอกินควายปีละตัวกับเจ้าเมืองลัวะ เจ้าเมืองลัวะตกลง แต่มีข้อแม้ว่า ยักษ์ต้องรักษาพระพุทธศาสนาให้ครบห้าพันปี ส่วนลูกยักษ์ได้บวชเป็นพระในพระพุทธศาสนา ต่อมาได้ลาสิกขาออกมาถือเพศเป็นฤาษี นามว่า สุเทพฤาษี ส่วนดอยช้าง หรือ ดอยเหนือ ต่อมาเรียกว่า ดอยสุเทพ เรียกตามชื่อฤาษีสุเทพ ซึ่งฤาษีสุเทพบำเพ็ญเพียรอยู่ในถ้ำหลังดอยสุเทพ ดอยคำและดอยเหล็ก หลังจากสิ้นสมัยปู่แสะ ย่าแสะแล้ว ชาวบ้านยังเกรงกลัวอิทธิฤทธิ์ของปู่แสะ ย่าแสะอยู่ และหวังให้ปู่แสะย่าแสะ ช่วยรักษาพระพุทธศาสนา และดูแลชาวบ้านให้อยู่เย็นเป็นสุข จึงมีพิธีเซ่นสรวงดวงวิญญาณที่เรียกว่า “เลี้ยงดง” ตลอดมาจนถึงปัจจุบัน
นายธนวัฒน์ ยอดใจ นายกเทศมนตรีเมืองแม่เหียะ กล่าวว่า ประเพณีเลี้ยงดง หรือ พิธีเลี้ยงดวงวิญญาณบวงสรวงปู่แสะ ย่าแสะ จะจัดขึ้น ณ สำนักงานอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ที่ 4(แม่เหียะ) เป็นประเพณีที่เป็นอัตลักษณ์ท้องถิ่นที่สืบทอดกันมานานหลายร้อยปี บริเวณนี้เป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ทิศเหนืออยู่ในพื้นที่ดอยสุเทพ ทิศใต้อยู่ในพื้นที่ดอยคำ ส่วนของพิธีเลี้ยงดง ชุมชนได้เข้ามามีส่วนร่วม แม้ความเจริญจะเข้ามาตามกระแสโลกาภิวัตน์ แต่วิถีชีวิต ความเชื่อต่างๆ ยังคงอยู่ โดยเฉพาะความเชื่อด้านการดูแลรักษาป่าให้สมบูรณ์ คนในชุมชนไม่บุกรุกป่า เพราะเชื่อว่าจะมีอันเป็นไปตามที่วิญญาณปู่แสะ ย่าแสะ ได้กล่าวไว้ผ่านร่างทรง
ด้านนายสมจิตร โนวิรัตน์ และนางขันแก้ว พวงขันแก้ว ชาวบ้านตำบลแม่เหียะ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ปีนี้มีโอกาสเข้าร่วมประเพณีเลี้ยงดง เป็นประเพณีที่จัดทุกปี ประเพณีดังกล่าว ตนพบมาตั้งแต่เกิด ปัจจุบันมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้ามาดูแล ทำให้มีกระบวนการจัดงานที่ชัดเจนขึ้น มีการประชาสัมพันธ์ กระทำตามประเพณีอย่างถูกต้องตามความเชื่อของบรรพบุรุษ ชาวบ้านมีความเชื่อตามประเพณี วิถีชีวิตมีความสุข ชาวบ้านเชื่อว่าน้ำท่าจะดี ดินจะทำไร่ทำนาได้ดี หลังจากเข้าร่วมพิธีรู้สึกสบายใจ มีหน้าที่การงานที่ดีขึ้น มีโอกาสจะเข้าร่วมพิธีนี้ทุกปี
ภาพที่ปรากฏต่อสื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศ พร้อมกับศรัทธาประชาชนทั่วทุกสารทิศที่เข้ามาร่วมประเพณีเลี้ยงดง คือ ร่างทรงปู่แสะ ย่าแสะ ได้รับประทานเนื้อ เครื่องใน เลือด ควายรุ่นเขาเพียงหู ซึ่งถือเป็นเครื่องเซ่นไหว้สำคัญ จากนั้น จะพบปะ ลูบหัว พูดคุย อวยพร กับศรัทธาประชาชนที่เข้าร่วมงาน นอกจากนั้น ยังมีการชักภาพพระบฎ คือ ผืนผ้าที่มีรูปพระพุทธเจ้าเป็นต้นและแขวนไว้เพื่อบูชา ขึ้นแขวนบนต้นไม้ใหญ่ ก่อนร่างทรงจะรับประทานเครื่องเซ่นไหว้ ซึ่งภาพดังกล่าวเป็นภาพเขียนตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2469 เป็นการแสดงให้เห็นถึงการคงอยู่ของพระพุทธศาสนา แม้ปัจจุบันความเจริญได้เข้ามาแทนที่ แต่ประเพณีที่สืบทอดกันมายาวนานเช่น ประเพณีเลี้ยงดง ก็ยังคงอยู่ และได้รับความสนใจจากคนทั่วไปทุกครั้งที่มีการจัดงาน เหนือการอนุรักษ์ประเพณีที่เก่าแก่ คือ การสร้างจิตสำนึกให้คนรักป่า ไม่บุกรุกทำลายป่า สืบต่อความเชื่อที่ว่า หากรุกล้ำทำลายป่า ยักษ์ปู่แสะย่าแสะ จะทำให้มีอันเป็นไป ด้วยเหตุผลนี้ พื้นที่ป่าในเขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ที่ 4 (แม่เหียะ) จึงยังคงความสมบูรณ์จนถึงปัจจุบัน
 
11 มิถุนายน 2557 , 17:41 น. , อ่าน 1216  

 ข่าวโดย   กนกรัตน์-วชิรวิทย์ สวท. เชียงใหม่