การปฏิบัติของการดำเนินการรักษาความสงเรียบร้อยในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่

  
     กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย มณฑลทหารบกที่ 33 แถลงผลการปฏิบัติของการดำเนินการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ดำเนินการเพื่อเป็นการควบคุมอาวุธ ลดความรุนแรง ปัญหาอบายมุข การพนันที่ผิดกฎหมาย และการปราบปราม หยุดยั้ง การแพร่ระบาดของยาเสพติด รวมทั้งการชุมนุมและการสนับสนุนการชุมนุมทางการเมือง
กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย มณฑลทหารบกที่ 33 แถลงผลการปฏิบัติของการดำเนินการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ณ สโมสรกาวิละ มณฑลทหารบกที่ 33 อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ตามที่คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ได้มีมาตรการในการควบคุมดูแลความสงบเรียบร้อยแห่งชาติภายในชาติ ในส่วนของจังหวัดเชียงใหม่มีการสนธิกำลัง บูรณาการการปฏิบัติระหว่าง ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ระดมกวาดล้างอาชญากรรม เพื่อเป็นการควบคุมอาวุธ ลดความรุนแรง ปัญหาอบายมุข การพนันที่ผิดกฎหมาย และการปราบปราม หยุดยั้ง การแพร่ระบาดของยาเสพติด รวมทั้งการชุมนุมและการสนับสนุนการชุมนุมทางการเมือง เพื่อให้เกิดความมั่งคง และสงบเรียบร้อย เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2557 เป็นต้นมา
ในการดำเนินการดังกล่าวใน 25 อำเภอ 210 เป้าหมาย ตั้งจุดตรวจ/จุดสกัด จำนวน 37 แห่ง มีผลการปฏิบัติ ได้แก่ จับกุมอาวุธปืนได้จำนวน 72 ราย ผู้ต้องหา 67 คน ของกลางอาวุธปืน จำนวน 106 กระบอก กระสุนปืนจำนวน 304 นัด รับส่งมอบคืนอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิดที่ใช้ในสงคราม จำนวน 3 ราย อาวุธปืน(อาก้า) 1 กระบอก วัตถุระเบิด 13 ลูก กระสุนปืนจำนวน 118 นัด ดินระเบิดทีเอ็นที 1/4 ปอนด์ จำนวน 4 แท่ง จับคุมคดียาเสพติดในพื้นที่ประกอบด้วย ข้อหา ผลิต จำนวน 1 ราย ผู้ต้องหา 1 คน ข้อหา จำหน่าย จำนวน 62 ราย ผู้ต้องหา 74 คน ข้อหา ครอบครองเพื่อจำหน่าย จำนวน 67 ราย ผู้ต้องหา 87 คนข้อหา ครอบครองโดยผิดกฎหมาย”จำนวน 167 ราย ผู้ต้องหา 175 คน ข้อหา เสพ จำนวน 346 ราย ผู้ต้องหา 346 คน รวมของกลางเป็นยาบ้า 176,098 เม็ด กัญชา 40 กิโลกรัม ฝิ่นดิบ 5,028 กรัม เฮโรอีน 717.66 กรัม และยึดทรัพย์สินต่างๆ ตาม พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำผิด เป็นเงินประมาณ 11,200,000 บาท ดำเนินการจับกุมผู้ฝ่าฝืนการออกนอกเคหะสถานในข่วงเวลาห้าม(เคอร์ฟิว) จำนวน 628 ราย แยกเป็น ชาย 468 คน หญิง 160 คน จับกุมการพนัน จำนวน 35 ราย ผู้ต้องหา 41 คน จับกุมสถานบริการ ร้านเกมส์อินเตอร์เน็ต จำนวน 10 คน ผู้ต้องหา 10 คน จับการจำหน่ายสุรา การดื่มสุราในเวลาห้าม จำนวน 60 ราย ผู้ต้องหา 60 คน จับกุมคดีที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรธรรมชาติ จำนวน 34 ราย ผู้ต้องหา 11 คน ของกลางแปรรูป จำนวน 381 แผ่น/ 24 ท่อน เลื่อยโซ่ยนต์ จำนวน 6 เครื่อง จับกุมการตั้งสถานีวิทยุโดยไม่ได้รับอนุญาต จำนวน 2ราย ผู้ต้องหา รวมจับกุมทั้งสิ้นจำนวน 1,484 ราย ผู้ถูกจับ 1,502 คน
สำหรับ Road Map ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ได้มีการแบ่งขั้นตอนการดำเนินงานออกเป็น 3 ระยะ ระยะที่ 1 ช่วงแรกของการควบคุมอำนาจการปกครอง สิ่งที่สำคัญที่มุ่งเน้นในระยะนี้ คือ การดำเนินการในเรื่องการปรองดองสมานฉันท์ให้เร็วที่สุด โดยในกรอบเวลา 2-3 เดือน จากนี้ไป นอกจากในเรื่องงานความมั่นคงและขับเคลื่อนได้นั้น จะต้องมีการจัดตั้งศูนย์ปรองดองสมานฉันท์ เพื่อปฏิรูปทั้งในส่วนกลางและในระดับพื้นที่ เพื่อนำไปสู่การปฏิรูปในระยะที่ 2 โดยทุกพื้นที่นั้น จะต้องเริ่มจาก ครอบครัว หมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด ซึ่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้มอบหมายให้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ดำเนินการโดยเริ่มรวมจากกลุ่มเล็ก มาใหญ่ เพื่อให้ผู้เห็นต่างได้มีโอกาสพบปะพุดคุยกันแต่เนิ่น และมิให้เป็นปัญหาต่อไป ระยะที่ 2 การใช้รัฐธรรมนูญชั่วคราว ซึ่งกำลังดำเนินการ โดยฝ่ายกฎหมาย จะมีการจัดตั้งสภานิติบัญญัติ สรรหานายกรัฐมนตรี ตั้งคณะรัฐมนตรีบริหารราชการ ร่างและจัดทำรัฐธรรมนูญ พร้อมจัดตั้งสภาปฏิรูปเพื่อการปฏิรูปการแก้ไขในทุกๆเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องการและเป็นที่ยอมรับ โดยน่าจะใช้เวลาประมาณ 1 ปีแต่จะมากหรือน้อย นั้น ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ หากสถานการณ์เรียบร้อยปกติ ปฏิรูปสำเร็จ ปรองดองสมานฉันท์กับทุกฝ่าย ประชาชนมีความรักสามัคคีกัน และระยะที่ 3 การเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์ ที่ทุกพวกทุกฝ่ายพอใจ กฎหมายทันสมัยในทุกด้าน กฎระเบียบ กติกาต่างๆ ได้รับการแก้ไข ได้คนดี สุจริต มีคุณธรรม มาปกครองบ้านเมืองด้วยหลักธรรมาภิบาล
สำหรับนโยบายเร่งด่วนที่ทางคณะรักษาความสงบแห่งชาติจะเร่งดำเนินการ ประกอบด้วย การแก้ไขปัญหาหนี้ค้างงชำระแก่ชาวนาในโครงการจำนำข้าว เร่งแก้ไขปัญหาการขอใบอนุญาตโรงงานอุตสาหกรรมที่ล่าช้า เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนในประเทศ เน้นการเบิกจ่ายงบลงทุนปี 2557 ที่ยังคงค้างอยู่ ซึ่งปัจจุบันมีอยู่จำนวน 7 พันล้านบาท เริ่มกระบวนการลงทุนในระบบโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น เช่น ระบบรางรถไฟคู่ และรถไฟฟ้าสายต่างๆ ในเขต กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล และเร่งรัดการจัดทำงบประมาณรายจ่ายปี 2558 ให้แล้วเสร็จก่อนสิ้นเดือนกันยายน 2557
 
15 มิถุนายน 2557 , 11:28 น. , อ่าน 1196  

 ข่าวโดย   กนกรัตน์ ปัญญา สวท. เชียงใหม่