มณฑลทหารบกที่ 33 หารือร่วมกับบริษัทผู้รับซื้อผลผลิตลำไยรายใหญ่ในจังหวัดลำพูน

  
     มณฑลทหารบกที่ 33 หารือร่วมกับบริษัทผู้รับซื้อผลผลิตลำไยรายใหญ่ในจังหวัดลำพูนหารือแก้ไขปัญหาราคาผลผลิตลำไยตกต่ำ และอาจมีการประกาศใช้มาตรการทางกฎหมายในการกำหนดราคารับซื้อผลผลิต
ที่ห้องประชุมมณฑลทหารบกที่ 33 ค่ายกาวิละ จังหวัดเชียงใหม่ พลตรีศรายุธ รังษี ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 เป็นประธานประชุมร่วมกับบริษัทผู้รับซื้อลำไยรายใหญ่ 5 รายในจังหวัดลำพูน เพื่อหารือถึงความเป็นไปได้ในการขอความร่วมมือรับซื้อผลผลิตลำไยจากเกษตรกรในราคาที่เป็นธรรม เนื่องจากในช่วง 2 – 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่า ราคาเฉลี่ยเมื่อระหว่างวันที่ 12-16 กรกฎาคม 2557 ลําไยสดร่วง AA จากกิโลกรัมละ 20-24 บาท เหลือแค่กิโลกรัมละ 19.12 บาท ลําไยสดร่วงเกรด A จากกิโลกรัมละ 12-15 บาท เหลือกิโลกรัมละ 10.12 บาท และยังมีแนวโน้มลดลงอีก ซึ่งทางบริษัทรับซื้อผลผลิตได้แจ้งข้อมูลว่า เป็นเพราะในช่วงเวลานี้มีผลผลิตลำไยจากประเทศจีนออกสู่ตลาดจำนวนมาก ทำให้ราคาขายลำไยอบแห้งลดลงจากช่วงต้นเดือนกรกฎาคมที่ เกรด AA กิโลกรัมละ 80-90 บาท เหลือเพียงกิโลกรัมละ 79 บาท ประกอบกับปัจจุบันผลผลิตลำไยรูดร่วงยังล้นเตาอยู่มาก ทำให้ราคาที่รับซื้อจากเกษตรกรเหลือเพียงกิโลกรัมละ 19.12 บาท จากราคาเฉลี่ย 20-24 บาทเมื่อต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา พร้อมแนะนำว่าเกษตรกรควรชะลอการเก็บผลผลิตลำไยเพื่อให้ผลผลิตโตเต็มที่เพื่อพัฒนาเกรดเป็น AA สามารถขายผลผลิตได้ในมูลค่าที่สูงขึ้น ส่วนผู้แทนเกษตรกรได้แจ้งข้อมูลว่า เกษตรกรมีต้นทุนการผลิตเฉลี่ยอยู่ที่กิโลกรัมละ 12 บาท และราคารับซื้อผลผลิตที่เกษตรกรสามารถรับได้ไม่ขาดทุนนั้น เกรด AA กิโลกรัมละ 20 บาท เกรด A กิโลกรัมละ 16 บาท เกรด B กิโลกรัมละ 8 บาท หากขายราคาตลาดในปัจจุบัน เกษตรกรจะขาดทุนไม่สามารถรับได้ ซึ่งที่ประชุมรับทราบข้อมูล จากนั้นที่ประชุมได้สรุปแนวทางแก้ไขปัญหาในเบื้องต้น คือ ผู้แทนจากหน่วยงานกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่าอาจมีการประกาศใช้มาตรการทางกฎหมายในการกำหนดราคารับซื้อผลผลิต ซึ่งทางบริษัทรับซื้อสนับสนุนให้มีการประกาศใช้เป็นกฎหมาย เพื่อให้ทางประเทศจีนรับทราบมาตรการของประเทศไทย พร้อมการกระจายผลผลิตลำไยสดไปยังห้างโมเดิร์นเทรดที่มีสาขาทั่วประเทศ และการกระจายผลผลิตลำไยผ่านศูนย์กระจายสินค้าของกระทรวงมหาดไทยไปยังจังหวัดปลายทาง ตลอดจนการประชาสัมพันธ์ในเรื่องคุณประโยชน์จากการบริโภคลำไยสดและลำไยแปรรูปให้ประชาชนทั้งในประเทศและต่างประเทศได้รับทราบ เพื่อเป็นการส่งเสริมการตลาดของผลผลิตลำไยอีกทางหนึ่ง
 
29 กรกฎาคม 2557 , 18:25 น. , อ่าน 1217  

 ข่าวโดย   กนกรัตน์ ปัญญา สวท. เชียงใหม่