แพทย์จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ชี้แจง กรณีข่าวลือเห็ดหลินจือสามารถรักษาผู้ป่วยมะเร็งตับได้

  
     แพทย์จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ชี้แจง กรณีมีผู้ป่วยมะเร็งตับสอบถามเข้ามามากเกี่ยวกับการรักษาโรคมะเร็งตับให้หายด้วยเห็ดหลินจือ ย้ำ ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการศึกษา
ที่ห้องประชุมบุญสมมาร์ติน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รองศาสตราจารย์นายแพทย์สมศักดิ์ เชาว์วิศิษฐ์เสรี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์แพทย์หญิงอภิญญา ลีรพันธ์ อาจารย์ประจำหน่วยระบบทางเดินอาหารภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และคณะ ร่วมกันแถลงข่าว กรณีที่ได้มีการส่งข้อมูลข่าวสารผ่านทางโซเชียลเน็ตเวิร์ค ระบุว่า ใครมีญาติ พี่น้อง เพื่อนฝูงที่มีอายุระหว่าง 18 - 75 ปี ที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งตับระยะลุกลาม (ถึงระยะสุดท้าย) ที่แพทย์วินิจฉัยว่าไม่สามารถรักษาโดยการผ่าตัดได้ และไม่ได้ทำคีโม สามารถติดต่อเข้ารับการรักษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายจนทำให้มีผู้ป่วยและประชาชนจำนวนมากติดต่อเข้ารับการรักษา ซึ่งข้อมูลดังกล่าวเป็นการกระจายข่าวสารที่บิดเบือนจนทำให้เกิดการเข้าใจผิด และเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้
ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ กล่าวว่า กรณีที่เกิดขึ้นต้องขอชี้แจงว่า ทางโรงพยาบาลได้มีการดำเนินการโครงการการใช้เห็ดหลินจือและสปอร์เห็ดหลินจือมาใช้ในการรักษามะเร็งตับจริง ซึ่งเป็นการดำเนินการร่วมกันระหว่าง คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กับกรมการพัฒนาการแพทย์แผนไทย และแพทย์ทางเลือก เนื่องจากต้องการศึกษาเห็ดหลินจือที่นำมาใช้ในการรักษาโรคมะเร็งตับ ว่ารักษาได้จริงหรือไม่ มีความอันตรายกับคนไข้หรือไม่ ประกอบกับได้มีการทำวิจัยกับคนไข้จึงทำให้เกิดความเข้าใจผิดและเมื่อข่าวแพร่กระจายออกไปก็ทำให้ผู้ป่วยที่ป่วยเป็นมะเร็งตับเข้าใจผิดว่าทางโรงพยาบาลฯ สามารถทำการรักษาผู้ป่วยให้หายได้และทำให้ผู้สนใจติดต่อเข้ามายังโรงพยาบาลฯ เป็นจำนวนมาก ในส่วนของการรักษาโรคมะเร็งตับโดยยาที่สกัดจากเห็ดหลินจือขณะนี้ยังอยู่ในขั้นศึกษาวิจัยและไม่มีผลลัพธ์ที่ชัดเจน และต้องรักษาร่วมกับการรักษาแผนปัจจุบัน โดยผู้เข้าร่วมโครงการจะต้องเป็นมะเร็งเฉพาะที่ตับและมีร่างกายแข็งแรงพอสมควร สำหรับผู้ที่กำลังรับการรักษาตามมาตรฐานแล้วยังไม่แนะนำให้เข้าโครงการเนื่องจากยังไม่สามารถสรุปได้ว่าจะได้ผลดีกว่า โครงการดังกล่าวดำเนินการมาแล้วประมาณ 6 เดือน ขณะนี้มีคนไข้ที่เข้าร่วมโครงการเสร็จสิ้นแล้ว 2 ราย โดยได้วางกรอบไว้เบื้องต้น คือ ต้องการคนไข้ที่ศึกษาวิจัยประมาณ 60 ราย และต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและเหมาะสมของคนไข้ที่เข้ารับการรักษาเป็นหลัก
 
6 สิงหาคม 2557 , 16:18 น. , อ่าน 1214  

 ข่าวโดย   กนกรัตน์ ปัญญา สวท. เชียงใหม่