โครงการศึกษาและวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมการก่อสร้างโรงผลิตกระแสไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงขยะ RDF

  
     ภาคีที่รับผิดชอบโครงการศึกษาและวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมการก่อสร้างโรงผลิตกระแสไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงขยะ RDF ร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือ เพื่อเตรียมเดินหน้าศึกษาผลกระทบ ทั้งนี้ ดำเนินโครงการตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติในการจัดหาแหล่งพลังงานทดแทน
พลตรีศรายุธ รังษี ผู้บัญชามณฑลทหารบกที่ 33 รองศาสตราจารย์ ดร.เสริมเกียรติ จอมจันทร์ยอง รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมลงนามในโครงการศึกษาและวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมการก่อสร้างโรงผลิตกระแสไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงขยะ RDF ณ กองบัญชาการ มณฑลทหารบกที่ 33 อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งโครงการดังกล่าวจะใช้พื้นที่ห้วยตึงเฒ่า ตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งอยู่ในเขตความดูแลของมณฑลทหารบกที่ 33 โดยคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้รับใบอนุญาตจากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นผู้มีสิทธิทำรายงานเกี่ยวกับการศึกษาและมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม(EIA) ประกอบการก่อสร้าง เพื่อให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพและสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ผู้บัญชามณฑลทหารบกที่ 33 กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของกองทัพบก ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ต้องจัดหาแหล่งพลังงานทดแทนเข้ามาในแต่ละพื้นที่ของประเทศ ในส่วนของจังหวัดเชียงใหม่ มีปัญหาขยะ มีการจัดการกับขยะโดยใช้งบประมาณที่สูงมากในแต่ละปี โครงการดังกล่าวจะนำเอาขยะไปอบเพื่อผลิตเป็นพลังงานไฟฟ้า โดยมีบริษัทเอกชนเป็นผู้ดำเนินการ ในส่วนของการกำหนดพื้นที่บริเวณห้วยตึงเฒ่า ถือว่าเหมาะสม พื้นที่ส่วนที่เลือกจะไม่มีกระทบกับธรรมชาติมาก และห่างไกลจากชุมชนตามที่กฎหมายกำหนด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสีย หากศึกษาแล้วประชาชนเห็นว่ามีผลกระทบ โครงการนี้ก็จะยกเลิกไป ซึ่งทุกอย่างจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย
ขณะที่นายชาตรี เชื้อมะโนชาญ รองนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบัน ในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ มีขยะให้บริหารจัดการวันละ 300-320 ตัน ใช้วิธีนำไปฝังกลบที่ตำบลบ้านตาล อำเภอฮอด ซึ่งไกลมาก ต้องใช้งบประมาณในการกำจัดขยะเฉพาะในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ สูงถึงปีละประมาณ 200 ล้านบาท
 
15 สิงหาคม 2557 , 17:58 น. , อ่าน 1203  

 ข่าวโดย   กนกรัตน์ ปัญญา สวท. เชียงใหม่