ประชาชนที่ถูกหลอกจากหญิงสาวแอบอ้างตัวเป็นตัวแทนบริษัทนำเที่ยวและสายการบินแห่งหนึ่งหลอกว่าสามารถซื้อตั๋วเครื่องบินราคาถูก เข้าแจ้งความกับดีเอสไอ.

  
     ประชาชนที่ถูกหลอกจากหญิงสาวแอบอ้างตัวเป็นตัวแทนบริษัทนำเที่ยวและสายการบินแห่งหนึ่งหลอกว่าสามารถซื้อตั๋วเครื่องบินราคาถูก เข้าแจ้งความกับดีเอสไอ.ให้เร่งรัดติดตามตัวมาดำเนินคดี
นายพงศธร ฟองตา พร้อมด้วยนางสาวนฤมล ชานนท์ นางสาวญานิกา เงินฤทธิ์ และนายวรัญญู วงศ์ตระกูล นำเอกสารหลักฐาน เข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่สำนักงานสอบสวนคดีพิเศษภาคเหนือ โดยกล่าวว่า พวกตนถูกนางสาวพันธชน ประภา หรืออ้อมหรือแอ๊ปเปิ้ล หลอกโดยอ้างตัวว่าเป็นตัวแทนของสายการบินไลออนแอร์และบริษัท ทราเวลชอปเป้ สามารถซื้อตั๋วเครื่องบินในราคาถูกพวกตนหลงเชื่อและโอนเงินให้ไป โดยติดต่อผ่านโปรแกรมไลน์ ต่อมาเมื่อถึงเวลาเดินทางช่วงเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมา นางสาวพันธชน กล่าวว่าตนถูกไล่ออกจากบริษัท บิดาเสียชีวิตและมารดาป่วย ขอผ่อนผันการชำระหนี้ เมื่อถึงกำหนดชำระก็ไม่สามารถติดต่อได้ เมื่อตรวจสอบย้อนกลับไปยังสายการบินและบริษัทที่แอบอ้าง ทางบริษัททั้งสองแห่งก็ระบุว่าไม่มีชื่อของบุคคลคนนี้เป็นพนักงานแต่อย่างใด จึงมั่นใจว่าถูกหลอกและได้นำความเข้าแจ้งที่สถานีตำรวจหลายแห่ง และพบว่ามีผู้ที่ถูกหลอกเหมือนกันกว่า 40 คน บางคนเป็นเงินหลายหมื่นบาท รวมเป็นเงินกว่าแสนบาท หลังจากแจ้งความกับสถานีตำรวจแล้ว คดียังไม่คืบหน้า จึงร้อนใจอยากจะขอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษช่วย เพื่อไม่ให้คนอื่นถูกหลอกเหมือนพวกตนและต้องการให้นำคนผิดมาดำเนินคดีและนำเงินมาคืนโดยเร็วที่สุด
ทางด้านพันตำรวจโทกฤช อาจสามารถ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ชำนาญการพิเศษ สำนักงานสอบสวนคดีพิเศษภาคเหนือ เป็นผู้รับเรื่อง โดยกล่าวว่า เรื่องดังกล่าวยังไม่เข้ากับภารกิจของกรมสอบสวนคดีพิเศษ อย่างไรก็ตามได้รับเรื่องไว้และจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งกรณีนี้อาจจะเข้าประเด็นฉ้อโกง หากผู้ถูกกล่าวหาแสดงข้อความเท็จ ต้องมีเจตนาทุจริตแต่ต้น ทวงถามแล้วปฏิเสธ โดยพิสูจน์เจตนา โดยเฉพาะประเด็นที่แสดงข้อความเป็นเท็จว่าเขาเป็นตัวแทนบริษัทข้างต้น ทำให้เชื่อได้ว่าเจตนาฉ้อโกง ถ้าทวงถามแล้วปฏิเสธ บ่ายเบี่ยง แสดงว่ามีเจตนาฉ้อโกงก็สามารถแจ้งความดำเนินคดีได้
 
3 กันยายน 2557 , 15:43 น. , อ่าน 1256  

 ข่าวโดย   ธนวันต์ ชุมแสง สวท. เชียงใหม่