พบชาวบ้านบุกรุกที่อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดังกว่า 700 ไร่ ปลูกยางพาราและสวนส้ม ล่าสุดเจ้าหน้าที่สนธิกำลังทวงคืนพื้นที่ป่า

  
     ภายหลังจากการตรวจสอบพบว่ามีการบุกรุกแผ้วถางป่าบริเวณเขตอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง เพื่อครอบครองของกลุ่มชาวบ้านเป็นบริเวณกว้างรวมพื้นที่กว่า 724 ไร่ กำลังเจ้าหน้าที่กว่า 180 นาย จากสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 นำโดยนายกมลไชย คชชา ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุกรักษ์ที่ 16 สนธิกำลังร่วมกับชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจ กรมอาสารักษาดินแดน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเชียงใหม่ ฝ่ายปกครอง และ ตำรวจปราบปรามยาเสพติด ปิดล้อมขอคืนพื้นที่ป่าในหมู่บ้านลีซอห้วยน้ำดัง ต.กึ๊ดช้าง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ โดยได้เข้าตรวจสอบ 5 หย่อมบ้านของหมู่บ้านลีซอห้วยน้ำดัง พบมีการแผ้วถางป่าเป็นบริเวณกว้างหลายจุด กลายเป็นสวนส้ม ยางพารา ข้าวไร่ และ ข้าวโพด และยังพบว่าหลายจุดเป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำชั้น 1 เอ ที่มีความอุดมสมบูรณ์สูง ขณะที่หลักฐานซึ่งเป็นภาพถ่ายทางอากาศทำให้ชาวบ้านจำนนต่อหลักฐาน และยอมรับว่ามีการบุกรุกป่าเพื่อเพิ่มพื้นที่ทำกินจริง ฝ่ายปกครองยังได้ตรวจปัสสาวะของชาวเขาเผ่าลีซอในพื้นที่เพื่อป้องปรามปัญหายาเสพติดไปพร้อมกัน โดยพื้นที่ที่มีการบุกรุกทั้งหมดประมาณ 1,200 ไร่ ในจำนวนนี้เป็นพื้นที่ที่มีการบุกรุกหลังจากปี 2541 จำนวน 742 ไร่ ซึ่งปฏิบัติการทวงคนผืนป่าครั้งนี้ จะมีการดำเนินคดีกับชาวบ้านที่บุกรุกป่าเป็นพื้นที่ประมาณ 300 ไร่ ส่วนพื้นที่อีก 400 ไร่ ที่เหลือ เจ้าหน้าที่จะเข้าฟื้นฟูสภาพป่าโดยที่ชาวบ้านยินยอม ทั้งนี้การทวงคืนผืนป่าของสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 จะนำกฎหมายเข้าดำเนินการอย่างเข้มข้นแต่จะให้เกิดผลกระทบทบกับชาวบ้านให้น้อยที่สุด โดย พื้นที่ดังกล่าวมีประชากรอาศัย 130 หลังคาเรือน หรือประมาณ 650 คน เป็นชาวเขาเผ่าลีซอ ซึ่งทั้งหมดมีการบุกรุกป่าในเขตอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดังอย่างต่อเนื่องซึ่งเป็นไปตามวิถีชีวิตของชาวลีซอที่จะมีการทำไร่หมุนเวียนเปลี่ยนพื้นที่ในแต่ละปี ทำให้เกิดปัญหาบุกรุกป่าขยายพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
 
24 กันยายน 2557 , 18:00 น. , อ่าน 1223  

 ข่าวโดย   ธนวันต์ ชุมแสง สวท. เชียงใหม่