ผู้ประกอบการเกี่ยวกับงาช้างต้องจดทะเบียนพาณิชย์อย่างถูกต้องทุกราย เพื่อให้เป็นไปตามอนุสัญญาไซเตส

  
     ผู้ประกอบการเกี่ยวกับงาช้างต้องจดทะเบียนพาณิชย์อย่างถูกต้องทุกราย เพื่อให้เป็นไปตามอนุสัญญาไซเตส ขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ย้ำให้ตรวจสอบร้านค้าของที่ระลึกและของประดับบ้าน
นายไพโรจน์ กุลละวณิชย์ พาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ปลัดกระทรวงพาณิชย์ได้มอบหมายให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ แจ้งผู้ประกอบการค้างาช้าง จดทะเบียนพาณิชย์ให้เรียบร้อย สืบเนื่องจากอนุสัญญาไซเตสว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ ชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้จะสูญพันธุ์ หากประเทศภาคีมีความประสงค์จะค้างาช้างในประเทศ จะต้องมีมาตรการควบคุมภายในที่มีประสิทธิภาพ เพื่อไม่ให้มีการลักลอบค้างาช้างระหว่างประเทศได้ หากไม่ดำเนินการอาจเป็นเหตุให้ถูกระงับทางการค้าจากประเทศภาคีอนุสัญญา ซึ่งอนุสัญญาไซเตสกำหนดให้ช้างเป็นสัตว์ป่าที่ถูกควบคุมในบัญชีหมายเลข 1 ของชนิดพันธุ์ของสัตว์ป่าที่มีสถานภาพใกล้สูญพันธุ์ ห้ามค้าในเชิงพาณิชย์ เว้นแต่ทำการศึกษาวิจัย เพาะพันธุ์ การส่งออกจะต้องได้รับความยินยอมจากประเทศที่นำเข้าเสียก่อน กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงได้ทำมาตรการควบคุมการค้างาช้างภายในประเทศ โดยผู้ประกอบการจะต้องจดทะเบียนพาณิชย์ จึงขอให้ผู้ประกอบการพาณิชยกิจ โรงงานแปรสภาพ และสลักและการทำหัตถกรรมจากงาช้างและผลิตภัณฑ์จากงาช้างทั้งหมดขอจดทะเบียนภายใน 30 วัน นับแต่วันเริ่มประกอบกิจการค้า มีค่าธรรมเนียม 50 บาท หากไม่ดำเนินการจะมีโทษปรับไม่เกิน 2 พันบาทและอีกวันละ 100 จนกว่าจะจดทะเบียนอย่างถูกต้อง ซึ่งหากตรวจพบไทยอาจถูกระงับการส่งออกกล้วยไม้ไปยังทั่วโลก ขณะที่นายสุริยะ ประสาทบัณฑิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ได้สั่งการให้พาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ ออกตรวจร้านเครื่องประดับบ้าน และกิจการหัตถกรรมต่าง ๆ โดยประสานกับท่องเที่ยวและกีฬา เทศบาล และสมาคมธุรกิจท่องเที่ยว ซึ่งงาช้างที่จำหน่ายตามท้องตลาดมีทั้งนำมาแกะสลักเป็นพระพุทธรูป กำไลข้อมือ เครื่องประดับ
ประเทศไทยเป็น 1 ใน 8 ประเทศที่ถูกจับตาเป็นพิเศษเกี่ยวกับปัญหาการลักลอบค้างาช้างและนอแรดผิดกฎหมาย และเป็นแหล่งค้างาช้างสำคัญระดับโลก จังหวัดที่มีการค้างาช้างมากที่สุดคือ จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย และสุรินทร์ โดยปี 2556 ไทยมีสินค้าส่งออกเชิงพาณิชย์ที่อยู่ภายใต้ความควบคุมของไซเตสมูลค่ากว่า 3 พันล้านบาท สินค้าที่ส่งออกมากที่สุด 3 อันดับแรกคือ กล้วยไม้ หนังสัตว์เลื้อยคลาน และหนังฟอกที่จัดทำเพิ่มเติมหลังการฟอก
 
7 ตุลาคม 2557 , 15:41 น. , อ่าน 1174  

 ข่าวโดย   ธนวันต์ ชุมแสง สวท. เชียงใหม่