เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจที่เกิดเหตุระเบิดที่อำเภอดอยเต่า

  
     เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจที่เกิดเหตุระเบิดที่อำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ พบหลุมระเบิดกว้าง 2 เมตร พร้อมซากกระสอบบรรจุสารโปรแตสเซี่ยมคอเรทประมาณ 400 กิโลกรัม
ความคืบหน้าเหตุระเบิดที่บ้านห้วยไร่ หมู่ที่ 2 ต.ดอยเต่า อ.ดอยเต่า จ.เชียงใหม่ เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 5 พฤศจิกายน 2557 ล่าสุดอำเภอดอยเต่าได้ตั้งศูนย์ประสานงานช่วยเหลือผู้ประสบภัยเหตุระเบิดดังกล่าวขึ้นแล้ว เปิดรับแจ้งความเสียหายจากชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ นำทีมแพทย์มาดูแลผู้ประสบภัย เหตุระเบิดดังกล่าวส่งผลกระทบรุนแรงในรัศมีประมาณ 100 เมตรจากจุดเกิดเหตุที่ บ้านของ นางพยอม นันต๊ะสาร ซึ่งเป็น 1 ใน 2 ผู้ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้ ขณะที่มลฑลทหารบกที่ 33 ได้ส่งกำลังทหารเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย ความช่วยเหลือหลังจากนี้ก็จะสรุปความเสียหายช่วยเหลือ ซ่อมแซมในรายที่บ้านเรือนได้รับความเสียหายบางส่วน ส่วนบ้านที่เสียหายทั้งหลังก็จะสร้างบ้านสำหรับเป็นที่อยู่ชั่วคราวให้ก่อน ล่าสุดนายชัชวาล ปัญญา นายอำเภอดอยเต่า แจ้งว่ามีบ้านเสียหายทั้งหลัง จำนวน 3หลัง เสียหายบางส่วน 22 หลัง มีผู้เสียชีวิต 2 คน บาดเจ็บ 7 คน
เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานยังพบพบชิ้นส่วนของอวัยวะมนุษย์ตกกระจายทั่วที่เกิดเหตุ ที่บริเวณชั้นล่างของบ้าน พบหลุมที่คาดว่าน่าจะเป็นจุดที่เกิดระเบิดกว้างประมาณ 2 เมตรลึก 50 เซนติเมตร และยังพบซากของกระสอบบรรจุสารโปแตสเซี่ยมคอเรทขนาด 25 กิโลกรัม ตกอยู่ พร้อมกับกระสอบบรรจุปุ๋ยอีกจำนวนมาก จึงได้เก็บหมายเลขของบรรจุภัณฑ์เพื่อติดตามแหล่งที่มาของสารดังกล่าว ขณะที่ ร.ต.ต.สหรัฐ มีชำนาญ รองสารวัตรเก็บกู้ทำลายวัตถุระเบิด กองกำกับวิเคราะห์ข่าว และเครื่องมือพิเศษ ตำรวจภูธรภาค 5 หรือ EOD กล่าวว่า สาเหตุของการระเบิดตั้งนี้น่าจะมาจากสารโปรแตสเซี่ยมคอเรท ที่คาดว่าน่าจะมีไม่ต่ำกว่า 400 กิโลกรัม ซึ่งผู้เสียชีวิตอาจจะนำมาบด เพื่อทำส่วนผสมของสารเร่งลำไย เพื่อนำไปใส่ในสวนลำไยของตนเอง เมื่อเกิดการเสียดสีกับสารประกอบที่นำมาสำสารเร่ง อาจจะเป็นกำมะถัน ทำให้เกิดการระเบิดอย่างรุนแรง เนื่องจากโปรแตสเซียมคลอเรทไม่สามารถระเบิดหรือปะทุขึ้นเองได้ แต่เมื่อถูกนำไปผสมกับสารอื่น เมื่อถูกความร้อนจนเกิดประกายไฟ ก็ส่งผลให้เกิดการสันดาบ และระเบิดขึ้นได้ ทั้งนี้ต้องรอผลการพิสูจน์โดยละเอียดอีกครั้ง
 
6 พฤศจิกายน 2557 , 17:47 น. , อ่าน 1168  

 ข่าวโดย   ธนวันต์ ชุมแสง สวท. เชียงใหม่