รายงานพิเศษ คาดการณ์การส่งออกปีนี้ไม่โตขึ้นกว่าปีที่แล้ว จากหลายปัจจัย

  
    
รายงานพิเศษ คาดการณ์การส่งออกปีนี้ไม่โตขึ้นกว่าปีที่แล้ว จากหลายปัจจัย ทั้งเศรษฐกิจโลก ที่ผันผวน ค่าเงิน และราคาน้ำมัน
สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ เสวนาในงาน Exclusive Tea Party Talk “ทิศทางเศรษฐกิจการค้า การส่งออกปี 2558 และโอกาสทางธุรกิจของผู้ประกอบการภาคเหนือในตลาด AEC ณ ร้านกาแฟ Coffee Villa โครงการ The Chill Park ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ โดยนางขวัญนภา ผิวนิล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า คาดการณ์ว่าปี 2558 การส่งออกไม่โตขึ้นกว่าปีที่แล้ว ทั้งนี้จากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ผันผวน มีปัญหานำเข้าสินค้าทั้งตลาดสหรัฐ ตลาดญี่ปุ่น และอาเซียน อย่างไรก็ตามปีที่แล้วสหรัฐอเมริกาขยายฐานเป็นบวก จึงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ซึ่งกระทรวงพาณิชย์คาดการณ์ว่าปี 2558 ภาคการส่งออกจะขายตัวเพิ่มร้อยละ 4 โดยคาดว่าตลาดสหรัฐอเมริกาจะเพิ่มแต่ตลาดจีนจะชะลอตัว นอกจากนี้ปัจจัยการค้าชายแดน เงินบาทที่อ่อนตัวลง และเงินดอลล่าที่แข็งขึ้น ประกอบกับราคาน้ำมันที่อ่อนตัวลงต่อเนื่องจากการคาดการณ์น่าจะเป็นผลดีกับผู้ประกอบการ
ขณะที่นายจิรบูลย์ วิทยสิงห์ เลขาธิการสมาพันธ์ผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์กล่าวว่า ปีที่แล้วไทยส่งออกผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ 3 พัน 6 ร้อยล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 8 แสนล้านบาท ส่งออกไปสหรัฐอเมริการ้อยละ 22 ญี่ปุ่นร้อยละ 15 ตลาดอาเซียน มาเลเซียสูงสุด รองลงมาคือเวียดนาม พม่าและลาว ขณะที่ส่งออกจีนเพิ่มร้อยละ 50 อันเนื่องมาจากปัจจัยถนน R3a ที่เชื่อมโยงการขนส่งทางบก สินค้าไลฟสไตล์ของไทยมีเอกลักษณ์และลอกเลียนแบบยาก
ด้านนายณรงค์ ตนานุวัฒน์ ผู้ประกอบธุรกิจในเขตภาคเหนือ และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าเศรษฐกิจภาคเหนือโตช้าที่สุดเมื่อเทียบกับทุกภาค อย่างไรก็ตามภาคเหนือมีจุดแข็งด้านวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์อันยาวนาน เป็นแหล่งผลิตพืชผลทางการเกษตร อสังหาริมทรัพย์ภาคเหนือได้อานิสงค์จากอุทกภัยปี 2554 มีคนแห่มาซื้อและลงทุนจำนวนมาก ขณะที่วิทยาการการแพทย์ สมุนไพรและสปาได้รับการยอมรับมากอันดับต้น ๆ ทั้งนี้ด่านชายแดนกิ่วผาวอกที่กำลังมีการผลักดันให้เปิดขึ้น มีศักยภาพมาก อาจจะเทียบเท่าด่านแม่สายได้ในอนาคต อย่างไรก็ตามการเติบโตของเศรษฐกิจต้องดูทุกบริบท ห้างค้าส่งอาจจะทำให้กิจการค้าปลีกต้องปิดตัวลง การพัฒนาต้องเป็นไปอย่างชาญฉลาด ให้clear &care &Fair &Share โปร่งใส ดูแลระหว่างกัน ยุติธรรม และแบ่งปันด้วย
ขณะที่นายปิยะนันท์ มหานุภาพ นายกสมาคมผู้ผลิตและผู้ส่งออกสินค้าหัตถกรรมภาคเหนือ หรือ Nohmex กล่าวว่าสินค้าไลฟสไตล์ นับว่ามียอดส่งออกอันดับหนึ่ง โดยปัจจัยเสี่ยงคือ ค่าเงินที่ผันผวน ซึ่งผู้ประกอบการต้องปรับตัวรองรบ อีกทั้งการตลาด และนำเทคโนโลยีมาใช้ให้เป็นประโยชน์ มีการพัฒนาสินค้า สร้างมูลค่าเพิ่ม มีภาพลักษณ์ มีเรื่องเล่า และเข้าสู่การเป็น Green Product และสร้างมูลค่าเพิ่มให้วัสดุที่เหลือจากการผลิตแทนที่จะทิ้งให้เปล่าประโยชน์ มีการพัฒนาการตลาดและนวัตกรรม นำเสนอแบบใหม่และใช้ช่องทางใหม่ๆ
 
23 มกราคม 2558 , 18:05 น. , อ่าน 1162  

 ข่าวโดย   ธนวันต์ - หทัยพรรณ สวท. เชียงใหม่