สกู๊ปข่าว กล้วยไม้ฟาแลนนอบซีส ปริ๊นเซสจุฬาภรณ์

  
    
สกู๊ปข่าว กล้วยไม้ฟาแลนนอบซีส ปริ๊นเซสจุฬาภรณ์ กล้วยไม้ทรงโปรด ที่มีโอกาสสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจสำหรับผู้แพ้เกสรดอกไม้ ดอกโต สีสวย ทนทาน
กล้วยไม้เป็นพืชเศรษฐกิจที่ทำรายได้เข้าประเทศปีละเกือบ 3 พันล้านบาท ปัจจุบันมีกล้วยไม้หลากหลายสายพันธุ์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ได้ทรงนำกล้วยไม้มาจากประเทศศรีลังกา หลังจากมีผู้ถวายให้มาให้คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ทำการเพาะเนื้อเยื่อ ตั้งแต่ปลายปี 2544 และเพาะขยายพันธุ์ ส่งมาที่กองงานในพระองค์ ตำหนักกองบิน 41 เชียงใหม่ ทำหน้าที่เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ภายใต้โครงการปลูกเลี้ยงกล้วยไม้ฟาแลนนอบซีส ปริ๊นเซสจุฬาภรณ์
นายสมบัติ เชียงแข็ง เจ้าหน้าที่กองงานในพระองค์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กล่าวว่า กล้วยไม้ฟาแลนนอบซีส ปริ๊นเซสจุฬาภรณ์ มีความสวยงามเฉพาะตัว คือ ลักษณะดอก สีขาว สีดอกชมพูอมม่วง ก้านช่อยาว ดอกใหญ่ ทนนานหลายเดือน พระองค์ทรงแพ้เกสรดอกไม้ เมื่อเห็นกล้วยไม้ฟาแลนนอบซีส ปริ๊นเซสจุฬาภรณ์ แล้วพบว่าเกสรไม่ฉุน ความยาวของช่อดอกพอเหมาะ สีสวย ไม่มีกลิ่น สามารถตั้งโชว์ในห้องแอร์ ได้เป็นเวลานาน จึงได้ทรงนำกลับจากศรีลังกา มาให้ ให้ข้าราชบริพารเลี้ยง โดยเลือกที่จังหวัดเชียงใหม่ เนื่องจากอากาศเย็นเหมือนต่างประเทศ โดยได้เพาะขยายพันธุ์เพื่อนำไปถวายที่พระตำหนักจักรีบงกช จังหวัดปทุมธานี
ขณะที่นางภควรรณ อาทรประชาชิต นักวิชาการเกษตร ผู้เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อกล่าวว่า แม้ว่ากล้วยไม้ฟาแลนนอบซีส ปริ๊นเซสจุฬาภรณ์ จะมีความสวยงาม ทนทาน เดิมเคยมีนับพันต้น แต่ก็มีข้อด้อยคือ ต้นเลี้ยงยาก ต้นไม่ค่อยสมบูรณ์ เกิดรากยากไม่เหมือนฟาแลนนอบซีสทั่วไป ล่าสุดโครงการได้สิ้นสุดลง และไม่เพาะขยายพันธุ์ต่อแล้ว
ล่าสุดยังเหลือสายพันธุ์กล้วยไม้ฟาแลนนอบซีส ปริ๊นเซสจุฬาภรณ์อีกไม่มากนักที่ตำหนักกองบิน 41 จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งหากเพาะขยายพันธุ์ในเชิงเศรษฐกิจได้ โดยปรับปรุงพันธุ์ให้สามารถเติบโตได้ดีในประเทศไทย ก็อาจจะเป็นกล้วยไม้อีกสายพันธุ์ที่สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้เช่นกัน
 
27 มกราคม 2558 , 14:30 น. , อ่าน 1201  

 ข่าวโดย   ธนวันต์ - หทัยพรรณ สวท. เชียงใหม่